ผู้ประกอบการประมงชี้ มาตรการป้องกันการค้ามนุษย์เป็นผลดี แต่กระทบธุรกิจ

ผู้ประกอบการประมงชี้ มาตรการป้องกันการค้ามนุษย์เป็นผลดี แต่กระทบธุรกิจ

ผู้ประกอบการประมงชี้ มาตรการป้องกันการค้ามนุษย์เป็นผลดี แต่กระทบธุรกิจ

รูปข่าว : ผู้ประกอบการประมงชี้ มาตรการป้องกันการค้ามนุษย์เป็นผลดี แต่กระทบธุรกิจ

ตลอด 1 ปีที่รัฐเดินหน้าแก้ปัญหาด้านการค้ามนุษย์ จนทำให้สหรัฐอเมริกาปรับอันดับไทยขึ้นจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตาดูในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 จากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 แต่ผู้ประกอบการประมงสะท้อนว่ามาตรการบางอย่างไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริง

การที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเลื่อนอันดับประเทศไทยจากบัญชีกลุ่มประเทศที่ต้องจับตาในการค้ามนุษย์กลุ่มที่ 3 (เทียร์ 3) ขึ้นมาอยู่ในเทียร์ 2 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2559 โดยให้เหตุผลว่าเห็นความพยายามของประเทศไทยในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ผู้ประกอบการเรือประมง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกตรวจสอบว่ามีการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง เห็นตรงกันว่าเป็นข่าวดี แต่ก็ยอมรับว่าการเข้มงวดบางอย่างกำลังกระทบต่อการทำธุรกิจ

นายธนพงศ์ วงษ์นครินทร์ ผู้ประกอบการเรือประมง กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและป้องกันการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการโดยตรง เช่น การกำหนดวันหยุดงาน ซึ่งหากให้แรงงานหยุดมากจะกระทบต่อต้นทุนการจ้างงานที่นายจ้างต้องจ่าย ผู้ประกอบการเสนอว่าอยากให้มีจำนวนวันหยุดขั้นต่ำที่ 5 วันต่อเดือนก็น่าจะเพียงพอ

แม้ผู้ประกอบการเรือประมง จะพยายามเรียกร้องให้ผ่อนปรน การบังคับใช้กฎหมายที่พวกเขาเห็นว่าบางอย่างไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่ภาครัฐก็ยังคงต้องเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อปลดล็อคใบเหลืองจากอียู ซึ่งขณะนี้ คณะทำงานอียูได้เดินทางมาตรวจสอบและติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด

หนึ่งในมาตรการตรวจสอบการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมการประมง คือ การที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบถามแรงงานประมงถึงค่าจ้าง และสภาพการทำงานว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และแรงงานถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ ทั้งนี้ลูกเรือจะต้องแสดงบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันว่าพวกเขาได้รับอนุญาตในการทำงาน บัตรจะระบุชื่อนายจ้าง และชื่อลูกจ้าง ซึ่งต้องตรงกัน

นายสุรชาติ บุญมามอญ รองหัวหน้าศูนย์ควบคุมเรือเข้าออกเรือประมงสมุทรสาคร กล่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ออกตรวจ 100 เปอร์เซนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าเรือทุกลำปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด จึงได้ยื่นข้อเสนอต่อทางสหภาพยุโรปไปว่า ให้เปลี่ยนเป็นการสุ่มตรวจ 10 เปอร์เซนต์ของเรือที่ออกทะเล

นายสุรชาติระบุว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาจากการตรวจสอบเข้มงวด พบการทำประมงผิดกฎหมายน้อยลง

กลับขึ้นด้านบน