เหตุระเบิดมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ผลักให้มุสลิมเลือกข้าง

เหตุระเบิดมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ผลักให้มุสลิมเลือกข้าง

เหตุระเบิดมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ผลักให้มุสลิมเลือกข้าง

รูปข่าว : เหตุระเบิดมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ผลักให้มุสลิมเลือกข้าง

นักวิเคราะห์เชื่อว่า เหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีพื้นที่ศักสิทธิ์ในซาอุดิอาระเบีย หากเป็นฝีมือของไอเอสจริง อาจเป็นความพยายาม สร้างรอยร้าวให้ชาวมุสลิมต้องเลือกข้าง

วันนี้ (5 ก.ค.) นายโมฮัมหมัด จาหวัด ซารีฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โพสท์ข้อความในสื่อออนไลน์ ประณามการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีมัสยิดศักดิ์สิทธิ์อันดับ 2 ของศาสนาอิสลามในเมืองเมดินาของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นสถานที่ฝังร่างของนบีมูฮัมหมัด พร้อมทั้งระบุว่าขณะนี้ไม่เหลือเส้นแบ่งใดๆ ให้กับกลุ่มก่อการร้ายได้ข้ามอีกต่อไป เนื่องจากชาวมุสลิมทั้งซุนหนี่และชีอะห์ ต่างก็ตกเป็นผู้เคราะห์ร้าย ยกเว้นเสียแต่ว่าจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกัน

ล่าสุดจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีดังกล่าว แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส ซึ่งนายฮารูน โมกูลห์ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายโลก นครนิวยอร์คของสหรัฐอเมริกา มองว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นในเมืองเมดินา เป็นการทำลายศาสนาอิสลาม ถือเป็นการทำลายพื้นที่สีเทาและถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายในการผลักดันให้ชาวมุสลิมเลือกข้างว่าจะอยู่ฝ่ายใด

ขณะที่สถาบันเพื่อการค้นหาอัตลักษณ์ของการก่อการร้ายสากล ในสหรัฐอเมริกา รายงานว่า นายอาซิม อูมาร์ หัวหน้ากลุ่มอัลกออิดะห์แห่งอนุภูมิภาคอินเดีย ได้เผยแพร่ข้อความเสียงเรียกร้องให้ชาวมุสลิมในอินเดีย เดินตามรอยชาวมุสลิมรุ่นใหม่ในยุโรป ด้วยการก่อเหตุโจมตีตำรวจและเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อก่อให้เกิดกระแสจลาจล พร้อมทั้งระบุว่าชาวมุสลิมในทุกๆ
ส่วนของอินเดีย จะต้องใช้กำลังยึดอำนาจคืนมา ไม่ว่าจะใช้มีดหรือดาบก็ตาม

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน