ปลัดฯทส.สั่งสนง.สิ่งแวดล้อมภาคเก็บตัวอย่าง ตรวจสารเคมีน้ำน่าน

ปลัดฯทส.สั่งสนง.สิ่งแวดล้อมภาคเก็บตัวอย่าง ตรวจสารเคมีน้ำน่าน

ปลัดฯทส.สั่งสนง.สิ่งแวดล้อมภาคเก็บตัวอย่าง ตรวจสารเคมีน้ำน่าน

รูปข่าว : ปลัดฯทส.สั่งสนง.สิ่งแวดล้อมภาคเก็บตัวอย่าง ตรวจสารเคมีน้ำน่าน

วันนี้ (7 ก.ค.) จากกรณีไทยพีบีเอส เปิดผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยผ่านรายการพลิกปมข่าว เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พบสารเคมีที่ใช้สำหรับฆ่าหญ้า และแมลงปนเปื้อนในธรรมชาติ 4 ชนิด คือ ไกลโฟเซต อาทราซีน พาราคอต และคลอไพริฟอส ตกค้างกระจายเกือบทั่วทั้งจ.น่าน

เฉพาะน้ำดื่มบรรจุขวดพบ อาทราซีนเฉลี่ย 18.78 ไมโครกรัมต่อลิตร และน้ำประปาพบ 12.29 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้ ของประเทศออสเตรเลียอยู่ที่ 0.5 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานเรื่องนี้

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน ยอมรับว่า หลายหน่วยงานในพื้นที่รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีตัวเลขยืนยันที่เด่นชัดเหมือนงานวิจัยชิ้นนี้ และมองว่าไม่ใช่แค่จังหวัดน่านที่จะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้

ขณะที่ภาคประชาสังคมเอง เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเกษตรกรเพียงอย่างเดียว เพราะ กลุ่มคนน่านก็ยังพยายามแก้ปัญหานี้หลายแนวทาง เพื่อลดการใช้สารเคมี เช่น การปลูกไม้เศรษฐกิจอย่าง ไม้สัก แต่ก็ยังติดขัดกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องสิทธิที่ดินทำกิน

ล่าสุด นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลพื้นที่ดังกล่าว เก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่จากแหล่งต่างๆ ว่า มาจากที่ไหนบ้าง เช่น น้ำจากพื้นที่เกษตรกรรม น้ำจากชุมชน และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ พร้อมทั้งตรวจสอบ และให้รายงานมาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังการนำเสนอรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่านรายการพลิกปมข่าว ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานราชการหลายหน่วย และแสดงเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันมีข้าราชการระดับสูงในจังหวัดบางคนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยระบุกับคนใกล้ชิดว่าเป็นเรื่องเก่าๆ ที่ต้องการทำลายชื่อเสียงของ จ.น่าน

กลับขึ้นด้านบน