"สุวพันธุ์" แจงผลกฤษฎีกาตีความ เสนอชื่อตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"

"สุวพันธุ์" แจงผลกฤษฎีกาตีความ เสนอชื่อตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"

"สุวพันธุ์" แจงผลกฤษฎีกาตีความ เสนอชื่อตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"

รูปข่าว : "สุวพันธุ์" แจงผลกฤษฎีกาตีความ เสนอชื่อตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"

รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี เแถลงผลคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความวินิจฉัยปมการเสนอชื่อตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช" ในวันนี้ หลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ มส.ไม่ทำตาม พ.ร.บ.สงฆ์ ว่าการเสนอชื่อต้องเริ่มจากนายกรัฐมนตรี

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับบันทึกมติของคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีมีผู้ร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตีความมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่แล้ว โดยวันนี้ (11 ก.ค.2559) จะชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงมติคณะกรรมการกฤษฎีกา ในเวลา 11.30 ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าผลการตีความเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องแก้ไข มาตรา 7 และรัฐบาลไม่มีความคิดในการแก้ไขมาตรา 7

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า หากการตีความไม่มีปัญหาก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำ แต่หากมีปัญหาตั้งไม่ได้ก็จะไม่ตั้ง แม้ว่าการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชจะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีก็ตาม ด้าน ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า ทราบเบื้องต้นว่า ผลการตีความมาตรา 7 สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอกลับไปยังนายกรัฐมนตรี มีการตีความ 2 นัยยะ คือ กระบวนการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เริ่มที่มหาเถรสมาคม (มส.) หรือที่นายกรัฐมนตรีก็ได้ ซึ่งไม่ว่ากระบวนการจะเริ่มที่ใดก็ต้องผ่าน มส.อยู่ดี และ มส.ก็ได้มีมติเลือกสมเด็จพระราชาคณะที่มีความเหมาะสมตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์แล้ว อย่างไรก็ตาม กังวลว่าหากผลการตีความออกมาเช่นนี้ แล้วฝ่ายผู้ร้องให้ตีความเกิดไม่พอใจ และยังเกิดการคัดค้านทัดทานอยู่จะเป็นเช่นไร จะเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกหรือไม่

สำหรับการส่งให้กฤษฎีกาตีความมาตรา 7 นั้น เนื่องจากเมื่อช่วงเดือน มี.ค.2559 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติว่าการที่มหาเถรสมาคม มีมติเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่นั้น เป็นการกระทำผิดขั้นตอน เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ ต้องเริ่มต้นจากนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ มส.พร้อมกับทำหนังสือมายังรัฐบาล จากนั้นนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ จึงส่งเรื่องขอความเห็นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตีความวินิจฉัยข้อกฎหมาย มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ว่าหน่วยงานใดที่มีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้ง

มาตรา 7 พ.ร.บ.สงฆ์ มีเนื้อหาว่า "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช"

กลับขึ้นด้านบน