คณะผู้แทน-ทูตอียู-แคนาดา-สหรัฐฯ เรียกร้องไทยเปิดกว้างแสดงความเห็นร่าง รธน.ก่อนลงประชามติ

คณะผู้แทน-ทูตอียู-แคนาดา-สหรัฐฯ เรียกร้องไทยเปิดกว้างแสดงความเห็นร่าง รธน.ก่อนลงประชามติ

คณะผู้แทน-ทูตอียู-แคนาดา-สหรัฐฯ เรียกร้องไทยเปิดกว้างแสดงความเห็นร่าง รธน.ก่อนลงประชามติ

รูปข่าว : คณะผู้แทน-ทูตอียู-แคนาดา-สหรัฐฯ เรียกร้องไทยเปิดกว้างแสดงความเห็นร่าง รธน.ก่อนลงประชามติ

คณะผู้แทนทูต-ทูตอียู-แคนาดา-สหรัฐฯ ขอให้รัฐบาลไทยเปิดกว้างให้ประชาชนแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญก่อนถึงวันลงประชามติ 7 สิงหาคม

วันนี้ (15 ก.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก European Union in Thailand หรือคณะผู้แทนยุโรปประจำประเทศไทย เผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็น เรื่อง 'ข้อเรียกร้องให้มีการอภิปรายการลงประชามติได้อย่างเปิดกว้าง' ซึ่งได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และ โพสต์ทูเดย์ ในวันนี้ มีเนื้อหากล่าวถึง สถานการณ์ของประเทศไทยก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เร็วๆ นี้ได้มีการดำเนินการที่น่ากังวล ได้แก่ การจับกุมนักเคลื่อนไหว การปิดสื่อของฝ่ายค้าน และการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาล คสช.มีการเปิดพื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น หลังรับฟังข้อเสนอแนะตามกระบวนการของ UPR หรือรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิกสหประชาชาติครั้งล่าสุด

คณะผู้แทนทางการทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เรียกร้องขอให้รัญบาลไทยอนุญาตให้ประชาชนไทยมีโอกาสพูดคุยอย่างกว้างต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเชื่อว่า การอภิปรายอย่างเปิดกว้างในช่วงเวลาที่เหลือ เป็นสิ่งสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ขณะเดียวกันระบุว่าการอภิปรายในที่ชุมชนอย่างรับผิดชอบ ตรงไปตรงมา ไม่เป็นได้เป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพ

"พวกเราขอให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้ประชาชนไทยได้มีโอกาสพูดคุยอย่างเกิดกว้าง สร้างความเชื่อมโยงในสิ่งที่มีคล้ายกัน และบรรลุฉันทามติที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับทุกคน"

ทั้งนี้บทความนี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยดังต่อไปนี้ ออสเตรีย เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สาธารณรัฐสโลวัก สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร พร้อมทั้งเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://goo.gl/hbMXYm

กลับขึ้นด้านบน