เสียงจาก "เด็กแว้น" : แข่งรถเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน

เสียงจาก "เด็กแว้น" : แข่งรถเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน

เสียงจาก "เด็กแว้น" : แข่งรถเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน

รูปข่าว : เสียงจาก "เด็กแว้น" : แข่งรถเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน

อดีต "เด็กแว้น" ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกควบคุมตัวระหว่างรวมกลุ่มแข่งรถจักรยานยนต์เมื่อคืนวานนี้ (17 ก.ค.2559) เปิดเผยกับทีมข่าวไทยพีบีเอสว่า สำหรับพวกเขาการแข่งรถเหมือนเป็น "กิจวัตรประจำวัน ถ้าไม่ได้ทำเหมือนขาดอะไรไป" ขณะที่ผู้ปกครองยอมรับไม่มีเวลาดูแลลูก

การจับกุมกลุ่มเด็กวัยรุ่นแข่งมอเตอร์ไซค์หรือ "เด็กแว้น" ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้ (17 ก.ค.2559) เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังกันจับกลุ่มวัยรุ่นได้ 63 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 45 คน และยึดรถจักรยานยนต์ได้ 61 คัน และกำลังตรวจสอบว่ารถเหล่านี้ครอบครองอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งจะให้ไปอบรมข้อกฎหมายที่กองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ เช้าวันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.2559) ซึ่งตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกควบคุมตัวจากการรวมกลุ่มแข่งรถจักรยานยนต์บนถนนเจริญราษฎร์ต้องเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเพื่อบันทึกประวัติและทำทัณฑ์บนด้วย

หนึ่งในวัยรุ่นที่ถูกจับยอมรับว่า เคยแข่งรถจักรยานยนต์กับเพื่อนมาแล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุกระดูกแตกที่เท้า ทำให้เขาตัดสินใจเลิกแข่งรถ แต่ครั้งนี้เขาเพียงมาดูการรวมตัวของวัยรุ่นแต่ถูกควบคุมตัวมาด้วย

"มันเป็นกิจวัตรประจำวัน มันมีทุกที่ ถ้าเราไม่ได้ออกไปแข่งรถกันมันเหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง ต้องออกไปไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง มันมีอยู่ทั่ว ผมเคยไปแข่งรถ แต่เลิกแล้ว เพราะคิดไปคิดมามันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ได้เฟี้ยวอะไรเลยนะ มันเหมือนเสื่อมเสีย ขี่ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนเขาด่า ที่เขามองเราไม่ใช่เพราะเราหล่ออะไรนะ คือมองเราว่าเป็นเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน" อดีตเด็กแว้นคนหนึ่งบอกกับทีมข่าวไทยพีบีเอส

 

ขณะที่มารดาของวัยรุ่นคนนี้เห็นด้วยกับมาตรการของ คสช. ที่ให้เข้าอบรมข้อกฎหมายกับทหาร แต่การที่จะให้ดำเนินคดีกับผู้ปกครอง ยังเห็นว่าบางครั้งผู้ปกครองก็ไม่มีเวลาในการดูแลลูกของตัวเอง เพราะต้องทำงาน

"มาตรการนี้ก็ดีอย่างเสียอย่าง เพราะเราก็ไม่ค่อยมีเวลา เพราะเราต้องขายของ ไม่ค่อยมีเวลาตามลูก บางทีเราหลับ เขาหนีออกไปเรายังไม่รู้เลย ตื่นเช้ามาไม่เจอก็โทรศัพท์ถาม เขาก็บอกว่าอยู่ตรงนี้ๆ แต่ไม่รู้หรอกว่าอยู่ตรงไหน" เธอกล่าว

หลังจากวัยรุ่นกลุ่มนี้อบรมกับทหารเสร็จแล้ว พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมที่จะให้วัยรุ่นเป็นอาสาสมัครประจำจุดสกัดกับตำรวจ เพื่อให้เข้าใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ในการป้องกันปราบปราม

"นอกจากทำทัณฑ์บนแล้วจะต้องให้วางเงินประกัน ตำรวจนครบาลกำหนดเงินประกันไว้ที่ 20,000 บาท ในระยะเวลา 2 ปี ถ้าร่วมการแข่งรถอีก จะต้องถูกยึดเงินประกัน 20,000 บาท อาจจะดูดว่าเราโหดร้ายทารุณ แต่ถ้าทำแล้วประชาชนส่วนใหญ่มีความสุข คนกรุงเทพฯ มีความปลอดภัย เราจำเป็นต้องทำจริงๆ" พล.ต.ท.ศานิตย์ระบุ

สำหรับคำสั่งของคสช .ที่ 22/2558 และ 46/2558 ระบุไว้ว่า หากเจ้าพนักงานพบบุคคลที่รวมกลุ่มหรือจัดให้มีการแข่งรถจักรยานยนต์ ให้จับกุมและยึดใบอนุญาตขับขี่ รถจักรยานยนต์ และควบคุมตัวเพื่อไปอบรมความประพฤติไม่น้อยกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน 15 วัน และหากจะต้องดำเนินคดีให้ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ปกครองจะต้องไม่สนับสนุน หรือปล่อยปละละเลยให้เยาวชนรวมกลุ่มก่อเหตุดังกล่าว และหากกระทำผิดซ้ำจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสำหรับผู้ปกครองของวัยรุ่นกลุ่มนี้ถือว่า ถูกทำประวัติแล้วและหากพบว่า บุตรหลานกลับมากระทำผิดซ้ำ ก็จะโดนลงโทษตามคำสั่ง คสช.ทันที

กลับขึ้นด้านบน