โรงรับจำนำรัฐเชื่อมออนไลน์ขายทรัพย์หลุดจำนำ

โรงรับจำนำรัฐเชื่อมออนไลน์ขายทรัพย์หลุดจำนำ

โรงรับจำนำรัฐเชื่อมออนไลน์ขายทรัพย์หลุดจำนำ

รูปข่าว : โรงรับจำนำรัฐเชื่อมออนไลน์ขายทรัพย์หลุดจำนำ

โรงรับจำนำของรัฐขยายธุรกิจเปิดช่องทางการขายทรัพย์หลุดจำนำผ่านออนไลน์ เจาะลูกค้าต่างจังหวัดและเพิ่มจำนำสินค้าแบรนด์เนม ตั้งเป้ากำไรสุทธิ 312 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2559 พร้อมแก้ไขวงเงินตั๋วจำนำเพิ่มเป็น 500,000 บาทต่อรายการต่อวัน

นายมานะ เกลี้ยงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สธค.ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย พัฒนาระบบการประมูลทรัพย์หลุดจำนำผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนสำนักงานและทำให้ภาพลักษณ์ทันสมัย เบื้องต้นทรัพย์ที่นำมาขายในระบบออนไลน์จะเป็นทรัพย์หลุดจำนำ ประเภทเครื่องประดับอัญมณี ทองคำ ซึ่งอาจกำหนดราคาตั้งขาย รวมถึงจะเปิดให้ประมูลด้วย

โดยในปี 2559 แนวโน้มการรับจำนำเพิ่มขึ้นไม่สูงนัก เนื่องจากมีช่องทางการกู้ยืมเงินหลายช่องทาง โดยเฉพาะสินเชื่อของรัฐที่ไม่ต้องพึ่งหลักประกัน เช่น สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ขณะที่การไถ่ถอนทรัพย์จำนำก็มีมากขึ้น โดยทรัพย์รับจำนำส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณถึงร้อยละ 97

ผู้อำนวยการ สธค. ระบุด้วยว่า 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 มีมูลค่าทรัพย์รับจำนำ 5,210 ล้านบาท และผู้ใช้บริการกว่า 367,000 คน ในแต่ละเดือนมีเงินหมุนเวียนจากการไถ่ถอนและส่งดอกเบี้ยประมาณ 500-600 ล้านบาท ยกเว้นช่วงเทศกาลหรือเปิดภาคการศึกษาจะมีเงินหมุนเวียนสูงขึ้น โดยปีงบประมาณ 2559 ตั้งเป้ากำไรสุทธิ 312 ล้านบาทและมูลค่าทรัพย์จำนำเติบโตร้อยละ 3 หรือเพิ่มขึ้น 520 ล้านบาท เมื่อเทียบปีงบประมาณ 2558

นอกจากนี้จะขยายประเภทสินค้ารับจำนำ โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนม เช่น นาฬิกาข้อมือและกระเป๋า รวมทั้งแก้ไขกฎหมายขยายวงเงินตั๋วรับจำนำ จากปัจจุบันรายการละไม่เกิน 100,000 บาท เป็น 500,000 บาทต่อวัน

สำหรับกลุ่มอาชีพที่มาจำนำทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 85 รองลงมาเป็นพ่อบ้าน แม่บ้าน ร้อยละ 8 อาชีพค้าขาย ร้อยละ 4 ส่วนการขยายสาขาต่างจังหวัดเตรียมเปิดสาขาที่ จ.ลำพูน ในเดือนกันยายน 2559 และกลางปี 2560 จะเปิดสาขาที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.อุดรธานี

กลับขึ้นด้านบน