สถานทูตไทยเตือนคนไทย หลังประกาศภาวะฉุกเฉินในมิวนิก

สถานทูตไทยเตือนคนไทย หลังประกาศภาวะฉุกเฉินในมิวนิก

สถานทูตไทยเตือนคนไทย หลังประกาศภาวะฉุกเฉินในมิวนิก

รูปข่าว : สถานทูตไทยเตือนคนไทย หลังประกาศภาวะฉุกเฉินในมิวนิก

วันนี้ (23 ก.ค.) เวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เฟสบุ๊กของสถานทูตไทยในเยอรมนี ระบุข้อความว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2559 เกิดเหตุการณ์ยิงตามสถานที่ต่างๆ ในนครมิวนิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จนมีผู้เสียชีวิต และสหพันธ์ฯ ได้งดการให้บริการรถไฟใต้ดินในนครมิวนิกทั้งหมด ตลอดจนได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินในนครมิวนิก นั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ขอให้ชาวไทยในนครมิวนิกและเมืองใกล้เคียง โปรดงดการเดินทางไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่จำเป็น และพึงใช้ความระมัดระวังในกรณีที่มีความจำเป็นต้องออกนอกเคหสถาน หากมีภารกิจจำเป็น ก็ขอให้รีบดำเนินการและออกจากที่ชุมนุมชนโดยเร็วด้วย พร้อมทั้งติดตามการรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะมีการประกาศว่าสถานการณ์ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่เบอร์ + 49 152 0351 9139 และ +49 162 520 7553 และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ที่เบอร์ +49 175 124 1026 และเบอร์ +49 171 744 6443 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จะเรียกประชุมสภาความมั่นคง หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเมืองมิวนิก และเชื่อว่าอาจเป็นการก่อการร้าย

ทางการเยอรมนีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล จะประชุมสภาความมั่นคงในวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าโอลิมเปีย ในเมืองมิวนิก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คนและได้รับบาดเจ็บอีก 10 คน ขณะที่มือปืน 3 คนหลบหนีไปได้หลังก่อเหตุ ตำรวจและหน่วยปฏิบัติการพิเศษต้องระดมกำลังไล่ล่าแบบพลิกแผ่นดิน เบื้องต้นตำรวจของเยอรมนีเชื่อว่า อาจเป็นการก่อการร้าย แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลของผู้ก่อเหตุ ขณะที่สาธารณรัฐเชก ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเยอรมนี ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่พรมแดนอย่างเข้มงวด

เหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นในขณะที่นางแมร์เคิล กำลังจะเดินทางไปพักผ่อนที่เทือกเขาแอลป์ ขณะที่นายโธมัส เดเมซิแอร์ รัฐมนตรีมหาดไทย อยู่ระหว่างการเดินทางไปนครนิวยอร์ค และต้องบินกลับกรุงเบอร์ลินทันทีหลังทราบข่าว

กลับขึ้นด้านบน