สธ.แนะปิดมือถือก่อนนอนป้องกัน"ละเมอแชท"ทำพักผ่อนไม่พอ เสี่ยงโรคอ้วน-วุ้นในตาเสื่อม

สธ.แนะปิดมือถือก่อนนอนป้องกัน"ละเมอแชท"ทำพักผ่อนไม่พอ เสี่ยงโรคอ้วน-วุ้นในตาเสื่อม

สธ.แนะปิดมือถือก่อนนอนป้องกัน"ละเมอแชท"ทำพักผ่อนไม่พอ เสี่ยงโรคอ้วน-วุ้นในตาเสื่อม

รูปข่าว : สธ.แนะปิดมือถือก่อนนอนป้องกัน"ละเมอแชท"ทำพักผ่อนไม่พอ เสี่ยงโรคอ้วน-วุ้นในตาเสื่อม

กระทรวงสาธารณสุข แนะคนติดแชท ปิดมือถือ ปิดเสียง หรือปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตก่อนนอน ป้องกัน "ละเมอแชท" ทำพักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยง โรคอ้วน- ภาวะซึมเศร้า-โรควุ้นในตาเสื่อม

วันนี้ ( 24 ก.ค.2559 ) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคสื่อของคนไทยในปี 2557 จากกลุ่มตัวอย่าง 10,000 ครัวเรือน พบว่าแต่ละบ้านมีทีวีอย่างน้อย 1 เครื่อง โดยร้อยละ 99.7 มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอย่างน้อย 1 เครื่อง รองลงมาคือ โน้ตบุ๊ค ร้อยละ 89 และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะร้อยละ 79 ทำให้มีการชมรายการโทรทัศน์ออนไลน์ผ่านจออื่นๆ ที่ไม่ใช่ทีวีเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่ดูทีวีเมื่อมีโฆษณา ประชาชนจะละสายตาจากจอทีวีแล้วก้มใช้มือถือเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นเฟซบุ๊ก หรือแชทผ่านโปรแกรม วอทแอพ วีแชท หรือไลน์ เพราะมีอุปกรณ์สื่อสารติดตัวตลอดเวลา อีกทั้งยังพบว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีคนเล่นเฟซบุ๊คมากที่สุดในโลก หรือประมาณ 12 ล้านคน จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 18 ล้านคนทั่วประเทศอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พบผู้ที่ติดโปรแกรมแชท หรือ คลั่งแชท อาจจะมีอาการละเมอแชท ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน โดยอาการดังกล่าวจะทำให้ลุกขึ้นมาแชทขณะหลับ เมื่อได้ยินเสียงข้อความส่งมา ปัญหาที่ตามมาคือ ร่างกายจะอ่อนแอจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดโรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า โรควุ้นในตาเสื่อม โนโมโฟเบีย สมาร์ทโฟนเฟซ และอาจส่งผลกระทบในการเรียนหรือการทำงาน

"แนะนำว่าการเล่นโปรแกรมแชทควรทำแต่พอดี หากติดมากควรลองอยู่ห่างจากสมาร์ทโฟน ตัดใจปิดมือถือ ปิดเสียง หรือปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตก่อนนอน วิธีนี้จะช่วยให้ห่างไกลจากการละเมอแชทและฟื้นฟูสุขภาพการนอนหลับให้เต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาพร้อมความสดชื่นแจ่มใส ร่างกายแข็งแรงขึ้น "พญ.พรรณพิมล กล่าว

 

 

กลับขึ้นด้านบน