โลกออนไลน์ปลุกกระแส "เช็คก่อนแชร์" บทเรียนจาก "ชายใส่รองเท้ามีรู"

โลกออนไลน์ปลุกกระแส "เช็คก่อนแชร์" บทเรียนจาก "ชายใส่รองเท้ามีรู"

โลกออนไลน์ปลุกกระแส "เช็คก่อนแชร์" บทเรียนจาก "ชายใส่รองเท้ามีรู"

รูปข่าว : โลกออนไลน์ปลุกกระแส "เช็คก่อนแชร์" บทเรียนจาก "ชายใส่รองเท้ามีรู"

โลกออนไลน์ร่วมกันแชร์คลิป "ความจริงของชายที่เคยถูกสังคมตราหน้าว่า 'ไอ้โรคจิต' " ชวนติดแฮชแท็ก #‎BETTERSOCIAL เตือนสติคนใช้สื่อสังคมออนไลน์ควรเช็คก่อนแชร์เรื่องราวต่างๆ

วันนี้ ( 25 ก.ค.2559) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์รายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป "ความจริงของชายที่เคยถูกสังคมตราหน้าว่า 'ไอ้โรคจิต' " อย่างแพร่หลายพร้อมชวนติดแฮชแท็ก #‎BETTERSOCIAL เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ตรวจสอบเรื่องราวต่างๆ ก่อนเผยแพร่ต่อ

คลิปดังกล่าวมีความยาว 2.45 นาที เผยแพร่ในยูทูป BETTERSOCIAL เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2559 โดยให้ข้อมูลว่า "ธันวาคม 2557 ได้มีการแชร์คลิปผู้ชายที่รองเท้ามีรู เพียงชั่วข้ามคืน สังคมก็ตีตราเขาว่าเป็นไอ้โรคจิต นี่คือการเผยความจริงของผลลัพธ์จากการ Share ที่คุณไม่เคยรู้.."

เนื้อหาในคลิป เป็นการบรรยายความรู้สึกของนายจิรวุฒิ ลิมปนาทไพศาล ที่ได้รับผลกระทบจากการเผยแพร่ภาพของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าคนหนึ่ง เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2557 โดยมีข้อความระบุว่า "ไม่รู้ว่าพี่เขาเป็นใคร แต่พี่เขาไฮเทค มีกล้องตัวจิ๋วที่ปลายรองเท้าด้านซ้ายด้วยอะ กระโปรงสั้นก็ระวังกันหน่อยนะสาวๆ @ BTS Onnut" ซึ่งภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง เขาถูกโลกออนไลน์ประณามว่าเป็นโรคจิต ส่งผลให้เขาและครอบครัวตกใจและเครียด

"เครียด ไม่กล้าออกไปไหน แม่ซื้อข้าวมาให้ผม กินได้คำ สองคำ แล้วผมก็ต้องมานั่งถามว่า ผมโรคจิตหรอ ผมถูกประณามเพราะอะไร ทำไมแม่ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆกับลูกอย่างนี้ด้วย ทำไมแม่ต้องมานั่งเสียใจเพราะลูกคนนี้ด้วย ทั้งที่ลูกไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ลูกโดนใส่ร้าย ลูกแบบแย่ที่สุดอะครับ ที่ทำให้แม่เสียใจ" นายจิรวุฒิ กล่าวทั้งน้ำตา

นายจิรวุฒิชี้แจงว่า เหตุผลที่รองเท้าของเขาขาดเพราะไปช่วยซ่อมแอร์ ความร้อนจากการเผาเชื่อมทำให้รองเท้าขาดเป็นรูโดยไม่รู้ตัว เขายืนยันว่าไม่ได้ติดกล้องที่รองเท้าตามที่โพสต์เขียนไว้ และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นคนเกลียดสังคมและอยากอยู่คนเดียว

"ครั้งหนึ่งชีวิตผมเคยพังเพราะสื่อโซเชียล ผมเลยเกลียดสังคมไปเลย ไม่อยากเข้าใกล้คน ผมอยากอยู่คนเดียว อยู่กับแม่สองคน ผมไม่ต้องรู้จักใครก็ได้ ผมไม่เอา" เขาถ่ายทอดความรู้สึกหลังเกิดเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนฝันร้ายในชีวิต

ในตอนท้ายของคลิป ได้ขึ้นข้อความเตือนให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ "เช็คก่อนแชร์" เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก พร้อมทั้งให้กำลังใจจิรวุฒิซึ่งระบุว่าทุกวันนี้เขายังใช้ชีวิตอย่างทรมานเหมือนตายทั้งเป็น แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว 

กลับขึ้นด้านบน