กสทช.ชงแบงก์ชาติคุมระบบจ่ายเงินออนไลน์ หลังเกิดคดี "ไอโชว์" ผ่านเว็บ

กสทช.ชงแบงก์ชาติคุมระบบจ่ายเงินออนไลน์ หลังเกิดคดี "ไอโชว์" ผ่านเว็บ

กสทช.ชงแบงก์ชาติคุมระบบจ่ายเงินออนไลน์ หลังเกิดคดี "ไอโชว์" ผ่านเว็บ

รูปข่าว : กสทช.ชงแบงก์ชาติคุมระบบจ่ายเงินออนไลน์ หลังเกิดคดี "ไอโชว์" ผ่านเว็บ

กสทช.ชงธนาคารแห่งประเทศไทยควบคุมระบบจ่ายเงินออนไลน์ หลังเกิดคดี "ไอโชว์" ผ่านเว็บพร้อมตั้งกรรมการร่วม 7 ฝ่าย ดูเก็บภาษีการแลกเหรียญ-แลกเพชรในเกมส์, แอพพลิเคชันเปลี่ยนเป็นเงินสด พร้อมกำชับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตควบคุมปัญหาลามกอนาจาร

วันนี้ (26 ก.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 5 ราย, ผู้แทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และผู้แทนจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กำหนดหารือเพื่อหามาตรการป้องกันปัญหาการซื้อไอเทมในแอพพลิเคชันที่ให้ความบันเทิงบนโทรศัพท์มือถือในรูปแบบต่างๆ

 

 

เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า กรณีชายหนุ่มชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ขโมยเงินแม่ 1.2 ล้านบาท โอนให้วีเจสาวที่รู้จักผ่านแอพพลิเคชัน "ไอโชว์" นั้น วันนี้ การประชุมร่วมกันเห็นว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีทีที่ต้องดูว่าการโชว์ดังกล่าว เข้าข่ายการทำความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.255 กรณีเข้าข่ายลามกอนาจารหรือไม่ หากเข้าข่าย ทางกระทรวงไอซีทีมีอำนาจขอหมายศาลเพื่อปิดกั้นเว็บดังกล่าว พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 180 ราย ดูแลเนื้อหาที่จะนำเสนอเพื่อไม่ให้กระทบ หรือทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

 

ส่วนกรณีผู้ให้บริการเพย์เมนท์เกตเวย์ ซึ่งให้บริการรับเติมเงินผ่านระบบออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตนั้นจะเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบว่าปัจจุบันมีผู้กระทำผิดหรือไม่ขออนุญาตหรือไม่ ส่วนการให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์จะต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการทางด้านเพย์เมนท์เกตเวย์จาก ธปท. แต่ส่วนกรณี "ไอโชว์" อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

นอกจากนี้ เพื่อให้การดูแลระบบการจ่ายเงินออนไลน์ และกำกับดูแลไม่ให้ประชาชนเกิดปัญหาจากการชำระบริการนั้น วันนี้ ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันมี กสทช.เป็นเจ้าภาพ และมีหน่วยงานอื่นๆ อีก 6 หน่วยงาน ร่วมเป็นคณะทำงาน รวมถึงกรมสรรพากร เพื่อจะตรวจสอบว่าการแลกเหรียญ หรือแลกเพชรในเกมส์ต่างๆ หรือการโชว์ผ่านแอพลิเคชันต่างๆ ที่เจ้าของยูเซอร์ ได้รับนั้น เมื่อนำไปแลกเป็นเงินสดกับผู้ให้บริการหรือเจ้าของเว็บไซต์แล้ว มีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่

 

 

นายฐากร กล่าวว่า กรณีของเฟซบุ๊กไลฟ์ที่มีการโชว์สดต่างๆ มีนโยบายเอง มีเจ้าหน้าที่ทำงานบล็อกเอง ซึ่งกระทรวงไอซีทีบล็อกแต่ละเพจไม่ได้ เพราะทางต่างประเทศมองว่าเป็นเสรีภาพในการสื่อสาร จึงไม่บล็อก แต่หากเห็นว่าไม่เหมาะสม กสทช.อยากชวนคนไทยช่วยกันทำแจ้งไปที่เฟซบุ๊กเพื่อสื่อสารให้เข้าใจว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น การนำเสนอภาพโชว์สดทางเซ็กส์ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำถูกกฎหมายไทย เพื่อให้เฟซบุ๊กพิจารณา

กลับขึ้นด้านบน