"หมอเปรมศักดิ์" แจ้งความนักข่าวบุกรุกห้องทำงาน

"หมอเปรมศักดิ์" แจ้งความนักข่าวบุกรุกห้องทำงาน

"หมอเปรมศักดิ์" แจ้งความนักข่าวบุกรุกห้องทำงาน

รูปข่าว : "หมอเปรมศักดิ์" แจ้งความนักข่าวบุกรุกห้องทำงาน

วันนี้ (27 ก.ค.2559) นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น แจ้งความดำเนินคดีนักข่าวฐานบุกรุกห้องทำ แต่ยังไม่ชี้แจงกรณีคุกคามนักข่าวโดยการสั่งให้เจ้าหน้าที่จับถอดเสื้อผ้า

แม้จะไม่ยอมให้สัมภาษณ์และหลบหน้าสื่อมวลชน แต่ นพ.เปรมศักดิ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งกำหนดการภารกิจประจำวัน โดยระบุว่า "เนื่องจากในแต่ละวัน มีพี่น้องมิตรสหายจำนวนมาก ตลอดทั้งสื่อสารมวลชน ได้ติดต่อผมเข้ามาทุกช่องทางการสื่อสาร ซึ่งผมก็พยายามสนองตอบอย่างเต็มที่ แต่หลายครั้งก็พลาดการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากในแต่ละวันผมมีภารกิจรับใช้พี่น้องประชาชนรัดตัวมาก จึงขอแจ้งกำหนดการในแต่ละวันเพื่อทราบ และกราบขออภัยในความไม่สะดวก"

นพ.เปรมศักดิ์ระบุว่าวันนี้ (27 ก.ค.) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านไผ่ เพื่อดำเนินคดีต่อสื่อสารมวลชน ฐานบุกรุกห้องทำงานนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่และหน่วงเหนี่ยวบีบคั้นกดดันเพื่อขอข่าวซึ่งไม่มีสาระประโยชน์ใดต่อสาธารณชน อันมีพฤติการณ์ละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิส่วนบุคคล แทนที่จะเปิดโอกาสให้ได้ทำงานบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สาธารณะและบริการประชาชนที่รอรับการบริการอยู่ เป็นการตัดโอกาสที่ประชาชนผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนต่างๆ จะเข้าถึงบริการสาธารณะของภาครัฐ

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.2559) ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ประณาม นพ.เปรมศักดิ์ เรือ่งการคุกคามสื่อมวลชนโดยระบุว่า

"จากกรณีที่ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลมืองบ้านไผ่ จำนวน 4 คน ถอดเสื้อผ้าผู้สื่อข่าวชาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ขณะขอสัมภาษณ์ที่สำนักงานเทศบาล โดยมีเจ้าหน้าที่เทศบาลบันทึกภาพผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวถูกถอดเสื้อผ้าด้วยกล้องวิดิโอและโทรศัพท์มือถือ หลังจากไม่พอใจการนำเสนอข่าว นพ.เปรมศักดิ์ กับหญิงสาววัยรุ่น และมีการอ้างว่าเป็นการสู่ขอกันผ่านทางสื่อออนไลน์นั้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุแม้ผู้ตกเป็นข่าวจะเห็นว่าการนำเสนอข่าวของตนเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็สามารถใช้สิทธิ์ทางกฎหมายต่อผู้ละเมิด ไม่ควรใช้กำลังกระทำการอันเป็นการแสดงออกถึงการคุกคามสื่อมวลชนเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 ข่มขืนใจให้ผู้อื่นยอมจำนนโดยเป็นการทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและเสรีภาพ และขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา 310 ที่มีการหน่วงเหนี่ยวกักขัง คุกคามเสรีภาพในร่างกาย"

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้วันนี้ (27 ก.ค.) มีผู้สื่อข่าวไปรอพบ นพ.เปรมศักดิ์ ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่จำนวนมาก แต่ทันทีที่ นพ.เปรมศักดิ์ลงมาจากอาคารสำนักงานเทศบาลท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าใกล้ นพ.เปรมศักดิ์ก็เดินขึ้นรถตู้ไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่นได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี นพ.เปรมศักดิ์ เช่นกันในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และบังคับข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ส่วนสื่อมวลชนอีก 4 คนได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานในฐานะพยาน

พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ไม่หนักใจกับการทำคดีนี้ แม้จะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น หรือ สื่อมวลชน ต้นเหตุอาจจะมาจากความไม่พอใจการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน

นพ.เปรมศักดิ์ อยู่ในรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่สมควรได้รับรางวัลคนจิตอาสาตามรอยพ่อของแผ่นดิน ประจำปี 2559 ด้วยผลงานด้านการช่วยเหลือและสาธารณสุขแก่ผู้ยากไร้ แต่เบื้องต้นคณะอนุกรรมการของโครงการ ได้ขอให้ระงับการมอบรางวัล และให้บุคคลที่ได้รับคะแนนรองลงมาได้รางวัลแทน เพื่อรอให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงเสียก่อน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่า นพ.เปรมศักดิ์เป็นบุคคลสาธารณะและอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองจึงควรออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น

"ถ้าไม่ผิดก็ต้องอธิบาย แต่ยังนึกไม่ออกว่าเมื่อมีผู้สื่อข่าวเป็นพยานในเหตุการณ์หลายคน นพ.เปรมศักดิ์จะอธิบายอย่างไร" นายวิษณุกล่าว

กลับขึ้นด้านบน