"หมอเปรมศักดิ์" ปฏิเสธข่าวจับนักข่าวถอดเสื้อผ้า ยืนยัน "ผมเป็นผู้ถูกกระทำ"

"หมอเปรมศักดิ์" ปฏิเสธข่าวจับนักข่าวถอดเสื้อผ้า ยืนยัน "ผมเป็นผู้ถูกกระทำ"

"หมอเปรมศักดิ์" ปฏิเสธข่าวจับนักข่าวถอดเสื้อผ้า ยืนยัน "ผมเป็นผู้ถูกกระทำ"

รูปข่าว : "หมอเปรมศักดิ์" ปฏิเสธข่าวจับนักข่าวถอดเสื้อผ้า ยืนยัน "ผมเป็นผู้ถูกกระทำ"

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.2559) หลังจากถูกร้องเรียนว่าคุกคามนักข่าวโดยสั่งให้ถอดเสื้อผ้า เนื่องจากไม่พอใจที่นำเสนอข่าวเรื่องส่วนตัว ยืนยันว่าไม่ได้คุกคามนักข่าว พร้อมถามกลับ "ผู้ชายอายุ 64 มีอะไรน่าดู"

นพ.เปรมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ถูกผู้สื่อข่าวประจำ จ.ขอนแก่น กลุ่มหนึ่งร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมคุกคามสื่อโดยการล็อกตัวไว้ในห้องและสั่งให้ผู้สื่อข่าวชายคนหนึ่งถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่กางเกงชั้นในเมื่อวันที่ 23 ก.ค.2559 โดยคาดว่าเกิดจากความไม่พอใจที่นำเสนอข่าวเรื่องส่วนตัวระหว่าง นพ.เปรมศักดิ์กับเยาวชนหญิงอายุ 17 ปี คนหนึ่ง ซึ่งต่อมาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมกับเสนอว่าหาก นพ.เปรมศักดิ์ไม่พอใจการนำเสนอข่าว ก็ควรร้องเรียนตามช่องทางที่มีอยู่แทน

กรณีดังกล่าวนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีซึ่งกันและกัน โดย นพ.เปรมศักดิ์ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้สื่อข่าวกลุ่มดังกล่าวข้อหาบุกรุก ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้แจ้งความดำเนินคดี นพ.เปรมศักดิ์ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และบังคับข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง นพ.เปรมศักดิ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวและเลือกที่จะสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก "นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ" มาโดยตลอด

วันที่ 29 ก.ค.2559 นพ.เปรมศักดิ์ ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นผู้นำในการปฏิรูปสื่อ และได้สัมภาษณ์สื่อมวลชนซึ่งนับว่าเป็นการพูดกับสื่อมวลชนครั้งแรก มีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

"...แหล่งข่าวไม่ได้ตั้งใจที่จะให้ข่าวก็อย่ามาบีบคั้นจนเกินพอดี ขอให้คิดถึงใจเขาใจเรา ผมคิดว่าทุกคนต้องการการเคารพซึ่งกันและกัน ปกติผมมีหลายอย่าง เหตุที่มาวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น ผมมายื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้เป็นผู้นำการปฏิรูปสื่อตามมาตรา 44 ซึ่งผมคิดว่าสิ่งดีๆ น่าจะเกิดขึ้นในยุคนี้ได้"

จะมอบหลักฐานประกอบข้อกล่าวหาว่าผู้สื่อข่าวบุกรุกให้ กสทช.ด้วยใช่หรือไม่
แน่นอนครับแน่นอน พยายานบุคคลก็พอแล้ว คนเราต้องมีเกียรติที่เชื่อถือได้ ปกติผมก็ทำงานในห้องบ้าง ออกภาคสนามบ้าง เมื่อมาทำงานในออฟฟิศก็ต้องเซ็นเอกสาร ทำงานหลายอย่าง การมาพบก็น่าจะมีการประสานงานนิดนึง ผมไม่ใช่คนพูดยาก ผมเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา บอกกันนิดนึง แต่อันนี้นัดก็ไม่นัด กรูกันเข้ามาแล้วก็คะยั้นคะยอให้ผมให้ข่าว ถ้าท่านเป็นผม เห็นใจผมบ้างมั้ย ผมต้องทำงานเพื่อประชาชนเยอะแยะ ไม่ใช่ว่าเห็นผมเป็นเหยื่อ อยากจะได้อะไรก็จะเอา อย่างนี้เห็นผมเป็นมนุษย์ด้วยกันมั้ย ผมขอร้องเท่านั้นเอง ผมไม่ได้มีอะไรมาก ขอแค่เคารพในความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน ผมก็เคารพสื่อมาตลอด มีเพื่อนพ้องน้องพี่เป็นสื่อเยอะแยะ ไม่เคยมีปัญหาเลย แต่ครั้งนี้ละเมิดความเป็นส่วนตัวเกินไปหรือเปล่า ผมอยากให้เคารพกัน

แล้วเหตุใดจึงมีข่าวเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทำงาน
ก็เป็นการให้ข่าวฝ่ายเดียว ผมไม่เคยให้ข่าวเลย ผมฟังดูก็ยังคิดว่าทำไมเขาเล่นกันแรงเหลือเกิน

ภาพที่เป็นต้นเรื่องเผยแพร่มาได้อย่างไร
ผมไม่พูดเรื่องส่วนตัวครับ ใครก็มีเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น

จะฟ้องกลับสื่อหรือไม่ที่เอาภาพมาเผยแพร่
จะต้องดูข้อกฎหมาย โดยความเป็นจริง สื่อมวลชนกับผมก็เป็นพี่ๆ น้องๆ กันทั้งนั้น พึ่งพาอาศัยกัน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ผมก็ไม่ใช่คนโหดร้ายอะไร ผมก็ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่เลวร้าย หรือทำความเสียหายให้ประชาชน ผมทำประโยชน์สาธารณะตั้งหลายเรื่องไม่เห็นมีใครไปสัมภาษณ์ผมเลย ผมอยากเห็นสื่อทำอย่างนี้กับผมบ้าง ไม่ใช่ว่าพอมีเรื่องอะไรก็ไม่คุยไม่ถามกันเลย อยู่ดีๆ ก็เปิดฉากว่าไปเลย ถ้าเป็นผมจะรู้สึกยังไง

ได้มีการสั่งให้ผู้สื่อข่าวถอดเสื้อผ้าจริงหรือไม่
ผู้ชายอายุ 64 ปี มีอะไรน่าดู ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น ผมมีมารยาทเพียงพอ ผมนี่เป็นผู้ถูกกระทำ ผมไม่เคยเชิญเขา (ผู้สื่อข่าว) ขึ้นไปบนห้องทำงาน หลักฐานที่เชิญคืออะไร ผมไม่เคยนัดหมายเลย เพราะกำหนดการวันนั้นแน่นทั้งวัน ผมต้องออกไปดูงานต่างๆ ไม่มีการล็อกห้อง

กลับขึ้นด้านบน