ปปง.แถลงผลยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่เอี่ยวฟอกเงิน

ปปง.แถลงผลยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่เอี่ยวฟอกเงิน

ปปง.แถลงผลยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่เอี่ยวฟอกเงิน

รูปข่าว : ปปง.แถลงผลยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่เอี่ยวฟอกเงิน

พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. แถลงผลการยึดและอายัดทรัพย์ในคดีที่เกี่ยวกับความผิดฐานฟอกเงิน ได้แก่ คดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ และคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

วันนี้ (30 ก.ค.2559) นายวิทยา นิติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีการทุจริตสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท โดยขณะนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 100 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยบัญชีเงินฝากของบริษัทเกตเวย์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด 2 บัญชี บัญชีของบริษัทประยูรวิศว์ จำกัด 1 บัญชี และเงินที่ภาครัฐจ่ายเป็นค่าเสียหายงวดแรกให้กับกิจการร่วมค้า NVPSKG โดย ปปง.ได้อายัดเงินที่เหลืออยู่ไว้แล้ว 97 ล้านบาท ส่วนเงินงวดแรกที่ได้จ่ายคืน 3,200 ล้านบาท พบว่ามีการโอนให้บุคคลอื่นอีกกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในกิจการร่วมค้า NVPSKG และยังไม่พบว่ามีการโอนออกไปนอกประเทศ ซึ่ง ปปง.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับคดีอาญาฟอกเงินกับบุคคลที่รับโอนเงินทั้งหมด ส่วนกรณีที่กินการร่วมค้า NVPSKG ได้ยื่นหนังสือให้ ปปง. ยุติการอายัดเงินที่จะจ่ายคืนให้กับบริษัท 2 งวด เป็นเงินกว่า 6,400 ล้านบาท ขณะนี้คณะกรรมการธุรกรรมกำลังตรวจสอบถึงข้อร้องเรียนและข้อกฎหมาย ว่าจะพิจารณาตามคำร้องได้หรือไม่

ขณะที่ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า คดีนี้ศาลอาญาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาแล้วว่า นายวัฒนา อัศวะเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันบิดเบือนเสนอราคา ทำให้กิจการร่วมค้า NVPSKG ได้รับประโยชน์และมีการทุจริตอย่างชัดเจน แต่ได้ไปฟ้องศาลปกครองให้คืนเงินค่าก่อสร้างที่ไม่สามารถสร้างได้กว่า 9,600 ล้านบาท แต่ ปปง. มีความเห็นว่าการคืนเงินให้กิจการร่วมค้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสั่งให้อายัดเงินตามสิทธิเรียกร้องที่เหลือทั้งหมด เป็นเงินกว่า 6,400 ล้านบาท

ส่วนผลการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมคดีที่กองปราบปรามดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ และพวกรวม 4 คนในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมร่วมกันกระทำความผิด จึงได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องของกลุ่มผู้ต้องหามูลค่ารวมกว่า 31 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2559 จำนวน 2 รายการ คือ หุ้นบริษัท WIN มูลค่า 10 ล้านบาท และรถยนต์หรูยี่ห้อพอร์ช มูลค่า 6 ล้านบาท และวันนี้ เจ้าหน้าที่ ปปง.ร่วมกับตำรวจกองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์ และ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้ จากการตรวจสอบพบว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นคนพามาดูบ้านและซื้อบ้านทั้ง 2 หลัง ซึ่งเข้าข่ายการถ่ายโอนทรัพย์สินที่ได้มาจากคดีหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ทาง ปปง. จึงมีมติให้อายัดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้ง 2 หลัง มูลค่ารวม 15 ล้านบาท และยังได้ยึดพยานเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการดำเนินคดีด้วย

ขณะที่คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ (บริษัททรานลี่ ทราเวิล จำกัด) โดยสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบการทำธุรกรรมผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำผิด ดังนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2559 มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในเครือข่ายของบริษัททรานลี่ ทราเวิล จำกัด กับพวก 204 รายการ ได้แก่ รถบัสนำเที่ยวจำนวน 116 คัน เรือนำเที่ยว 35 ลำ และบัญชีธนาคาร 53 บัญชี รวมมูลค่า 400 ล้านบาท โดยในวันนี้ได้แจ้งมติของคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 12/2559 มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน 12 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ จ.ภูเก็ต 3 แปลง ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ อ.เกาะยาว จ.พังงา 7 แปลง (รวมโรงแรมบลูเวย์ รีสอร์ท) รถบัสนำเที่ยว 1 คัน เรือลำเที่ยว 1 ลำ รวมมูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งสำนักงาน ปปง. จะตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อเนื่อง หากมีการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไปให้บุคคลอื่นๆ ปปง. จะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาฟอกเงิน ทั้งนี้ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่มีการยึดและอายัดประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนเส้นทางการเงินของบริษัทดังกล่าวจะมีลักษณะโพยก๊วนหรือไม่ เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะกลุ่มผู้กระทำผิดอาจจะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม เลขาธการ ปปง. เปิดเผยความรืบหน้าการดำเนินการยึดอายัดทรัพย์กับพระธัมมชโยในคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า ภายหลังดีเอสไอได้ดำเนินคดีกับพระธัมมชโย พร้อมพวก ในความผิดฐานฟอกเงิน ทาง ปปง. จึงดำเนินการตรวจสอบจนพบว่ามีทรัพย์สินบางส่วนเข้าข่ายการะกระทำผิดจริง จึงยึดอายัดเงินสดกว่า 50 ล้านบาท จาก 4 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีของเครือข่ายพระธัมมชโย ส่วนที่ดินต่างๆ ที่มีการตรวจยึดก็ยังอยู่ในการรับผิดชอบของตำรวจ หากมีการประสานความร่วมมือก็พร้อมตรวจสอบ

กลับขึ้นด้านบน