คำต่อคำ : ผบ.ตร.ระบุวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้เชื่อมโยง "ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ"

คำต่อคำ : ผบ.ตร.ระบุวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้เชื่อมโยง "ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ"

คำต่อคำ : ผบ.ตร.ระบุวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้เชื่อมโยง "ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ"

รูปข่าว : คำต่อคำ : ผบ.ตร.ระบุวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้เชื่อมโยง "ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ"

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวระหว่างการแถลงข่าวถึงเหตุระเบิดและไฟไหม้ใน 7 จังหวัดภาคใต้วันนี้ โดยระบุว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเมืองที่สืบเนื่องจากการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงคนที่ 2 ที่ให้สัมภาษณ์เชื่อมโยงเหตุระเบิดและไฟไหม้ครั้งนี้เข้ากับการลงประชามติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 7 ส.ค.2559 โดยในช่วงเช้าวันนี้ (12 ส.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนและหลังการลงประชามติ แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร

ระหว่างการประชุมร่วมกับตำรวจในพื้นที่ผ่านการวิดีโอทางไกล พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังได้กล่าวกับตำรวจในห้องประชุมด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เกินความคาดหมายที่เขาเชื่อว่า หลังจากมีการลงประชามติแล้วจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง

"ผมเชื่อว่าจะเป็นลักษณะแบบนี้ เพราะจากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรม พื้นที่ใดที่รับร่างรัฐธรรมนูญ พื้นที่นั้นส่วนใหญ่จะสุ่มเสี่ยงต่อการลงมือกระทำ ในกรณีนี้ก็สำรวจดูได้ว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุนั้นเสียง (ลงประชามติ) เป็นอย่างไร นี่เป็นเรื่องที่ผมคาดการณ์เอง" พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวในที่ประชุมตำรวจ

ผบ.ตร.สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ว่า เกิดเหตุทั้งหมด 7 จังหวัด คือ ภูเก็ต ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ มีระเบิดทั้งหมด 10 ลูก เก็บกู้ได้ 2 ลูก ที่ จ.ภูเก็ต ส่วนเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นใน 5 จังหวัด คือ ตรัง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช กระบี่ เหตุการณ์ทั้งหมดมีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 32 คน

หลังจากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยย้ำอีกครั้งว่า โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าทั้ง 7 จังหวัดที่เกิดเหตุเป็นจังหวัดที่เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับตั้งคำถามถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ว่าเหตุใดจึงไม่ออกมาประณามผู้ก่อเหตุ ทั้งที่เหตุการณ์นี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดการแถลงข่าวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งเป็นการแถลงครั้งแรกหลังเกิดเหตุระเบิด-ไฟไหม้ ใน 7 จังหวัด

ที่บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. เหตุการณ์นั้นคืออะไร
วันที่ 7 ส.ค. ยังไม่เกิดเหตุ เราเก็บกู้ไว้ได้

เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการลงประชามติหรือไม่
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม ในพื้นที่ที่เกิดเหตุทั้ง 7 จังหวัด เป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมีกลุ่มเห็นต่างบางกลุ่มที่ต้องการดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือ ทำลายการท่องเที่ยว ผู้ก่อเหตุน่าจะหวังผลหลายอย่าง ขณะนี้พื้นที่อื่นที่มีความขัดแย้งหรือรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีเหตุอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยปละละเลย

เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่
เท่าที่เราทำการสืบสวนมาตลอด พบว่ามีบางจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่ คือ ของกลางที่เราเจอมีความเชื่อมโยงกัน และระเบิดที่ใช้คล้ายกับที่ใช้ในพื้นที่ภาคใต้

การข่าวทราบว่าจะการก่อเหตุมาก่อนหรือไม่
เรามีข้อมูลอยู่แล้ว แต่เราไม่สามารถรู้ว่าจะลงมือกระทำวันไหน เวลาไหนเท่านั้นเอง

เหตุระเบิดกับไฟไหม้เชื่อมโยงกันหรือไม่
ขออธิบายว่า ระเบิดที่พบมี 2 ชนิด คือ ระเบิดที่ทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิต และระเบิดที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ทั้ง 2 ส่วนนี้ อยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ

ผู้ก่อเหตุใน 7 จังหวัดเป็นคนกลุ่มเดียวกันและมีเป้าหมายเดียวกันใช่หรือไม่
ต้องขอเวลาทำงานก่อนถึงจะเห็นภาพชัดขึ้น แต่จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านความมั่นคงมา โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเกี่ยวข้อง ถ้าผิดพลาดก็โทษผมคนเดียว

มีข้อมูลมาก่อนหรือไม่ว่าหลังประชามติจะเกิดเหตุรุนแรง
ผมเชื่อว่ายังมีกลุ่มเห็นต่างอยู่ ซึ่งเขาต้องการอย่างนี้อยู่แล้ว พวกเอ็นจีโอ กรรมการสิทธิฯ ต้องออกมาแล้วป่านนี้ ถ้ามีการวางระเบิด ละเมิดสิทธิแบบนี้ ต้องออกมาปกป้อง แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นใครออกมาพูดอะไรเลย ถ้าเป็นเรื่องอื่นออกมาพูดแล้ว แต่เรื่องนี้ไปไหมไม่รู้ หยุดหลายวันมั้ง ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ทำป่านนี้ออกมาแล้ว แต่นี่วางระเบิด 7 จังหวัด ผมไม่เห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะออกมาว่าเลยว่าละเมิดสิทธิประชาชนของผม ไม่เห็นไปต่อว่าใครเลย แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทำ ป่านนี้เละแล้ว เอ็นจีโอก็เหมือนกัน ผมไม่ต้องการประชดนะ แต่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรม เอ็นจีโอ หรือกรรมการสิทธิฯ ต้องทำหน้าที่ด้วย

คนที่เห็นต่างเป็นใคร ช่วยระบุให้แคบลงได้หรือไม่
ก็อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่ท่านคิดในใจ ขอเก็บไว้ขยายผล ขอทำงานสักระยะหนึ่งก่อน

ได้มีการสอบปากคำใครไปแล้วหรือไม่
สอบปากคำไปหลายคนแล้ว และผมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสพราหมณกุล เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน ทำคล้ายๆ กับคดีระเบิดราชประสงค์ แต่ขอย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมใครเลย

มีแนวโน้มว่าจะมีสถานการณ์อีกหรือไม่
ถ้าเราสามารถหยุดยั้งหรือจับกุมผู้ก่อเหตุได้ก็น่าจะเงียบลง อย่างเช่นช่วงก่อนลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. มีการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญตามที่เป็นข่าวอยู่ พอเราดำเนินการจับกุมได้ก็เงียบไป

การสืบสวนสอบสวนตัดประเด็นใดทิ้งไปบ้าง
ลักษณะแบบนี้ผมเชื่อว่าต่างชาติแทบไม่เกี่ยวข้องเลยนะ ตัดไปเลย ส่วนตัวผมเชื่อว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ เพราะไม่เคยมีต่างชาติมาเผาโน่นเผานี่ ผู้ก่อเหตุจะต้องมีศักยภาพพอสมควรในการเคลื่อนย้ายและพกพาของมาที่เกิดเหตุ

เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ก่อเหตุในสามจังหวัดภาคใต้มา "รับงาน"
การสอบสวนยังไปไม่ถึงตรงนั้น ขอให้ได้ตัวใครบางคนก่อนแล้วค่อยขยายความ เหมือนคดีที่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พอได้ตัวละคร 1 ตัว เราก็ขยายผลไปได้ มันเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว ตอนนี้เราพยายามทำเต็มที่เพื่อให้ได้ตัวละครมา

ตอนนี้โฟกัสที่กลุ่มไหน
ไม่บอกครับ

เหตุใดจึงเกิดในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้วย
ก็อาจจะเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวด้วย กลุ่มพวกนี้คิดแบบนี้ เขาได้หลายอย่าง ได้ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

นอกจากเรื่องประชามติแล้ว คิดว่ามีเหตุจูงใจอื่นอีกหรือไม่ที่ทำให้มีการก่อเหตุนี้ขึ้น
ก็ต้องไปถามคนทำสิครับว่าเขาคิดยังไง ถ้าถามผม ผมก็ว่าพวกนั้นคงระยำมั้ง เป็นคนไทยหรือเปล่า ผมก็ไม่ได้พูดแรงนะ แค่ใช้คำว่าระยำ... เหตุที่ผมต้องพูดแรง เพราะว่า โกรธแค้นใครอะไรก็มาทำตัวต่อตัว ไม่ใช่ไปวางระเบิดแบบนี้ คนที่ไม่รู้เรื่องต้องมาบาดเจ็บด้วย อย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ก็เล่นไปตามปกติ ลูกเล็กเด็กแดง แม่ค้าเขาไม่รู้เรื่องด้วย ก็ต้องมาเจ็บตัวโดนสะเก็ดระเบิด อย่างนี้มันไม่ไหว จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนพูดจาแบบนี้ แต่ผมดูการกระทำแล้วมันเกินไป

ในกทม.กำชับอะไรพิเศษหรือไม่
กำชับแล้วว่าต้องดูแลห้ามไม่ให้เกิดเหตุเลย เพราะผมถือว่าเป็นพื้นที่ชั้นในแล้ว แต่ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างปกติ ตำรวจให้ความมั่นใจว่าจะดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศอย่างดี

นายกฯ กับ พล.อ.ประวิตร สั่งการอะไรหรือไม่
ท่านก็บอกว่าให้พยายามติดตามสอบสวนจับกุมให้ได้ ท่านให้กำลังใจนะ ท่านไม่ได้ตำหนิเลย และท่านเชื่อมั่นด้วยว่าตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด

การเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ
มอบหมาย พล.ต.อ.พงศพัศ ไปเยี่ยม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว

 

กลับขึ้นด้านบน