"ศรีวราห์" หอบหลักฐานขอศาลออกหมายจับมือวางบึ้มหาดป่าตอง

"ศรีวราห์" หอบหลักฐานขอศาลออกหมายจับมือวางบึ้มหาดป่าตอง

"ศรีวราห์" หอบหลักฐานขอศาลออกหมายจับมือวางบึ้มหาดป่าตอง

รูปข่าว : "ศรีวราห์" หอบหลักฐานขอศาลออกหมายจับมือวางบึ้มหาดป่าตอง

รองผบ.ตร.นำหลักฐานขอศาลทหารออกหมายจับผู้ก่อเหตุวางระเบิดบริเวณหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ชี้ดีเอ็นเอตรงกับแนวร่วมตากใบ

วันนี้ ( 16 ส.ค.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดและวางเพลิงใน 7 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมากและได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ซึ่งได้พยานหลักฐานมากพอที่จะขออนุมัติหมายจับ พร้อมกำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบรัดกุมเพื่อให้สามารถขยายผลไปยังเครือข่ายและโยงไปถึงผู้สั่งการให้ได้ โดยทุกคดีคาดว่าจะส่งดำเนินคดีต่อศาลทหาร ซึ่งวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า วันนี้ได้นำหลักฐานเพื่อนำไปยื่นต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 41 จ.นครศรีธรรมราช ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเป็นชาย 1 คนที่หลักฐานชัดว่าก่อเหตุวางระเบิดในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่10 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพยานหลักฐานที่ได้จากจุดเกิดเหตุเมื่อนำไปตรวจเก็บสารพันธุกรรม (DNA) พบว่า ตรงกับผู้ต้องหาที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตั้งแต่ พ.ศ.2547 จึงขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหารายนี้และเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหารายนี้จะหลบหนีจากการสืบสวนเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้คือกุญแจสำคัญที่จะสาวถึงเครือข่ายรายอื่นๆได้

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า สำหรับกรณีของนายศักรินทร์ คฤหัส อายุ 32 ปี ชาวเชียงใหม่นั้น พนักงานสอบสวน ภ.จว.นครศรีธรรมราช ออกหมายจับไปตามหลักฐานที่ปรากฎในช่วงแรกและเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ขณะนี้อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ตามมาตรา 44 โดยหากทหารคุมตัวครบ 7 วันก็จะส่งตัวให้ตำรวจคาดว่าเมื่อถึงขณะนั้นพนักงานสอบสวนจะพิจารณาและอาจให้ประกันตัวเพื่อปล่อยตัวชั่วคราวก็ได้

รอง ผบ.ตร.ยืนยันว่า การทำสำนวน ออกหมายจับ ดำเนินคดีกับบุคคลใดก็ตามดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ต้องชัดเจน เป็นธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง โดยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากรายใดที่พบว่าไม่มีความผิด ไม่มีหลักฐานตามที่ตั้งข้อหาในตอนแรก ก็สามารถสั่งไม่ฟ้องในภายหลังได้

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ตำรวจจับนายมูหะหมัด ลอสะดี ปาเนาะ ที่ จ.กระบี่ ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานีคดีค้างเก่าในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเช่นกัน ผบ.ตร.ยังระบุว่า มีการประสานกับตำรวจมาเลเซียเกี่ยวกับข้อมูลเรื่องกลุ่มบุคคล และพยานหลักฐาน เช่น ซิมโทรศัพท์ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลแล้ว

 

 

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน