สุโขทัยอุ่นใจ เตรียมทะเลหลวง รับน้ำทะลักวันนี้

สุโขทัยอุ่นใจ เตรียมทะเลหลวง รับน้ำทะลักวันนี้

สุโขทัยอุ่นใจ เตรียมทะเลหลวง รับน้ำทะลักวันนี้

รูปข่าว : สุโขทัยอุ่นใจ เตรียมทะเลหลวง รับน้ำทะลักวันนี้

ชาวสุโขทัยหวั่นน้ำทะลักท่วมเขตเทศบาลเมือง หลังน้ำผุดขึ้นตามท่อระบายน้ำ เร่งวางบิ๊กแบ๊คริมฝั่งป้องกันน้ำ หลังน้ำระดับน้ำในแม่น้ำยมยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกวันนี้

วันนี้ ( 19 ส.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเขตเทศบาลเมือง จ.สุโขทัยธานี เพิ่มสูงขึ้นถึง 6 เมตร จากระดับวิกฤต 7.50 เมตร ทำให้เช้านี้น้ำเริ่มผุดตามท่อระบายน้ำบริเวณชุมชนเลอไท หรือจุดเฝ้าระวังของจังหวัดเพราะยังมีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำยังไม่แล้วเสร็จระยะทาง 100 เมตร น้ำที่ไหลซึมออกมาตามบิ๊กแบ็ค ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่หลังคันบิ๊กแบ็คและอยู่ต่ำกว่าตลิ่งเร่งนำกระสอบทรายมากั้นหน้าบ้านไว้เพราะกลัวว่าน้ำจะทะลักข้าบ้าน หลังน้ำระดับน้ำในแม่น้ำยมยังมีเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงเช้านี้

นายมงคล สุภากาย ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จโขทัย ประเมินสถานการณ์ ว่ายังไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำยมจะเพิ่มขึ้นอีก 50 เซนติเมตร แต่ไม่มากพอที่จะทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ คาดระดับน้ำจะยังคงทรงตัวไปอีก 5-7 วัน แต่กังวลว่าน้ำจะไหลเข้าชุมชนเลอไท เพราะจุดนี้ไม่มีชีสพายมีเพียงบิ๊กแบ็คเท่านั้น หากน้ำหลากมาเร็วเหนือการควบคุม บริเวณจะเป็นจุดเสี่ยงที่น้ำจะทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ขณะที่มาตรการป้องกันน้ำท่วมเขตเทศบาลเมือง จ.สุโขทัย ชลประทานจังหวัดจะหน่วงน้ำ หรือชะลอน้ำให้เข้าเมืองน้อยที่สุดหลังจากน้ำเริ่มเข้ามาเมื่อวานสามารถบริหารตัดยอดน้ำได้ เพราะปริมาณน้ำยมที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์อยู่ที่ 550 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที แต่อัตราน้ำที่ไหลผ่านเขตเมืองมีเพียง 330 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที

จากนั้นจะเบี่ยงน้ำไปยังทุ่งรับน้ำของจังหวัดทั้งหมด เช่น ทุ่งทะลหลวงแก้มลิงรับน้ำของจังหวัดที่รับน้ำได้ถึง 32 ล้านลูกบาศ์กเมตร รวมไปถึงแก้มลิงรับน้ำในพื้นที่อื่นๆ เช่น บึงใหญ่ บึงลับแลอ่างแม่ระวิง หนองปลาหมอ บึงหนองใหญ่ หนองกุดหล่ม ที่สามารถรับน้ำรวมกันได้ 46.3 ล้านลูกบาศ์กเมตร คาดน้ำจะขึ้นสูงอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้

...เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำภาคเหนือ-อีสาน-กลาง...

เจ้าหน้าที่สำนักชลประทานที่ 3 เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ บริเวณสะพานข้ามคลองเมม หรือแม่น้ำยมสายเก่า ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก รองรับน้ำจากจ.สุโขทัย รวมทั้งป้องกันน้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีลักษณะเป็นคอขวดและเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาล ต.สามง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ตรวจสอบ เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน และเครื่องจักรกลหนัก เพื่อเตรียมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก่อนที่น้ำเหนือจะไหลมาจาก จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ในช่วงสัปดาห์หน้า ส่วนที่จ.นครสวรรค์ เกษตรกรบ้านคลองคาง ต.บึงเสนาท อ.เมืองนครสวรรค์ เริ่มชะลอการปลูกผักบริเวณริมแม่น้ำปิง หลังทราบว่าน้ำเหนือเริ่มไหลลงสู่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และจะกลับมาเพาะปลูกอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม ขณะที่เกษตรจังหวัดนครสวรรค์เตรียมป้องกันน้ำท่วมและวางแผนเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนด

ขระที่จ.น่าน แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วแต่ฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือหากมีฝนตั้งแต่ 80-100 มิลลิเมตรขึ้นไป ให้อพยพชาวบ้านไปอยู่ที่ปลอดภัยทันที

ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดกลางที่ จ.เชียงใหม่ แม้ภาพรวมจะมีปริมาณกักเก็บไม่ถึงร้อยละ 30 แต่เริ่มมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ ขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ 65 ล้านลูกบาศ์กเมตร และเขื่อนแม่กวงอุดมธารามีปริมาณน้ำ 42 ล้านลูกบาศ์กเมตร มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 และได้ปล่อยน้ำให้เกษตรกร แต่ละพื้นที่เริ่มทำเกษตรตามแผนการบริหารจัดการน้ำเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในช่วงฤดูแล้งหน้า

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับน้ำโขงใน จ.นครพนม และจ.มุกดาหาร ยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องแต่ยังห่างจากตลิ่งเกือบ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านริมตลิ่งและในที่ลุ่ม ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำบ่าไหลหลาก หลังกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนอิทธิพายุโซนร้อน "เตี้ยนหมู่" จะทำให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ส่วนที่ จ.บึงกาฬ ผู้เลี้ยงปลานิลในแม่น้ำโขงเร่งนำปลาขึ้นมาขายก่อนกำหนด หลังน้ำโขงมีสภาพเป็นสีแดงขุ่นทำให้ปลาเริ่มน๊อคน้ำตาย ที่จ.อุบลราชธานี ชาวประมงพื้นบ้านต้องจับปลาในแม่น้ำโขงอย่างระมัดระวัง เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ทางจังหวัดประกาศแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนักช่วง 2- 3 วันนี้ เนื่องจากอิทธิพลพายุ

จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งกำจัดผักตบชวากว่า 50,000 ตัน ในแม่น้ำป่าสัก บริเวณเหนือเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยตามกำหนดจะกำจัดให้แล้วเสร็จในวันนี้ นายวิฑิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ ระบุว่า ขณะนี้นำเครื่องจักรและเรือกำจัดผักตบชวา เร่งกำจัดผักตบชวาที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในเย็นวันนี้ เพื่อรองรับน้ำที่จะระบายจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

กลับขึ้นด้านบน