ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เตรียมขยายศูนย์สุขภาพคนข้ามเพศทุกภูมิภาค ลดความเสี่ยงโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เตรียมขยายศูนย์สุขภาพคนข้ามเพศทุกภูมิภาค ลดความเสี่ยงโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เตรียมขยายศูนย์สุขภาพคนข้ามเพศทุกภูมิภาค ลดความเสี่ยงโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์

รูปข่าว : ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เตรียมขยายศูนย์สุขภาพคนข้ามเพศทุกภูมิภาค ลดความเสี่ยงโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เตรียมขยายผลศูนย์สุขภาพเพื่อคนข้ามเพศทั่วทุกภูมิภาค หลังตั้งศูนย์แทนเจอรีนแห่งแรกในเอเชีย สามารถช่วยให้กลุ่มคนข้ามเพศเข้าถึงบริการสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ได้

วันนี้ (23 ส.ค.2559) ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและตัวแทนกลุ่มคนข้ามเพศ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางให้บริการสุขภาพคนข้ามเพศ ตามที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีนเพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่คนข้ามเพศแห่งแรกของเอเซียมากว่า 9 เดือน จนถึงขณะนี้มีกลุ่มคนข้ามเพศเข้าใช้บริการกว่า 400 คน

พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ยอมรับว่าการเข้ารับบริการของกลุ่มคนข้ามเพศส่วนใหญ่จะพบความเสี่ยงโรคติดต่อจากเพศสัมพันธุ์ การให้บริการจึงให้ความสำคัญกับการตรวจเอชไอวี ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากทวารหนักหรือตรวจช่องคลอด เพื่อคัดกรองและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มคนข้ามเพศที่มารับบริการกว่าร้อยละ90 พบปัญหาการใช้ฮอร์โมน เนื่องจากใช้มากเกินจำเป็น จึงต้องให้คำแนะนำและตรวจวัดระดับการใช้ฮอร์โมนที่เหมาะสมเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อน

ศูนย์แทนเจอรีน นอกจากจะให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพและอัตลักษณ์คนข้ามเพศกับคนไทยแล้ว ที่ผ่านมามีกลุ่มคนข้ามเพศจากต่างประเทศเข้ามาใช้บริการถึงร้อยละ 7

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย จึงตั้งเป้าขยายผลการให้บริการ เบื้องต้นจะเสริมศักยภาพตัวแทนชุมชนคนข้ามเพศที่มีอยู่ 7 แห่งทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้การเข้าถึงด้านสุขภาพของกลุ่มคนข้ามเพศทำได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การได้รับวัคซีนที่จำเป็น ทั้งวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ บี การฉีดวัคซีนเอชพีวี การให้ยาต้านไวรัสป้องกันก่อนและหลังสัมผัสเอชไอวี

กลับขึ้นด้านบน