คาด "พล.อ.เฉลิมชัย" ผบ.ทบ.คนใหม่

คาด "พล.อ.เฉลิมชัย" ผบ.ทบ.คนใหม่

คาด "พล.อ.เฉลิมชัย" ผบ.ทบ.คนใหม่

รูปข่าว : คาด "พล.อ.เฉลิมชัย" ผบ.ทบ.คนใหม่

การคาดการณ์ถึง ผบ.ทบ.คนที่ 40 ยังคงเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้ายของการพิจารณาบัญชีปรับย้ายนายทหารประจำปี 2559 หลังเหล่าทัพเสนอชื่อไปยัง รมว.กลาโหมแล้ว และจะต้องนำเข้าหารือ บอร์ดกระทรวงกลาโหม 7 คน ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

แม้จะวางกรอบไว้ว่า จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ภายในวันที่ 15 ก.ย. แต่ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังไม่ยืนยันถึงการกำหนดวันเรียกประชุมบอร์ดกระทรวงกลาโหม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ระบุว่าการจัดทำบัญชีปรับย้ายลงตัวแล้ว

แม้ว่าชื่อของ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก อาจเรียกได้ว่าถูกคาดการณ์และวางตัวเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไปมาตลอด แต่ช่วงใกล้เสร็จสิ้นขั้นตอนการพิจารณาปรับย้าย ก็เกิดกระแสข่าวชื่อของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก นายทหารสายรบพิเศษ ที่มีบุคคลิกนิ่งและเงียบ กลับถูกพูดถึงมากขึ้น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เตรียมทหารรุ่น 16 ที่เหลืออายุราชการอีก 2 ปี เป็นนายทหารสายรบพิเศษ เพียงไม่กี่คนที่ก้าวเข้ามาสู่ตำแหน่ง 5 เสือ ทบ.หลังจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ด้วยบุคลิกที่คล้ายกับ พล.อ.สุรยุทธ์ และเติบโตมาจากกรมรบพิเศษที่ 1 ป่าหวาย จนได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จึงถูกมองว่า อาจเป็นอีกคนหนึ่งที่จะเข้าสู่เส้นทางผู้บัญชาการทหารบก เช่นเดียวกับ พล.อ.สุรยุทธ์

ขณะที่ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เตรียมทหารรุ่น 17 แต่เหลืออายุราชการเพียง 1 ปี อาจเรียกได้ว่า เป็นทั้งตัวแทนจากสายบูรพาพยัคฆ์ และวงศ์เทวัญ เนื่องจากเริ่มต้นรับราชการจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ดูแลความมั่นคงชายแดนตะวันออก ก่อนจะเข้ามาเป็นทหารในเมืองและเติบโตเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ผ่านตำแหน่งระดับผู้บัญชาการกองพลถึง 2 กองพล คือกองพลที่ 1รักษาพระองค์ และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่สำคัญเคยร่วมงานใกล้ชิดกับทั้ง 3 ป.คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สถานการณ์ที่รอความชัดเจนนี้ ยังคงทำให้ทั้ง 2 แคนดิเดตถูกจับตามอง ภายใต้ข้อสังเกตว่า ปัจจัยสำคัญของการเลือกผู้เหมาะสม คือสถานการณ์บ้านเมือง ประกอบกับสถานการณ์การเมือง จึงทำให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีคำตอบตรงกันว่า ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ จะต้องเป็นผู้เหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด

โค้งสุดท้ายของการจัดทำบัญชีปรับย้ายนายทหาร ประจำปี 2559 ปัจจัยในการพิจารณาตำแหน่ง"ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่" ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจต้องพิจารณารอบด้าน ทั้งกรณีความเหมาะสมกับสถานการณ์ ความเห็นของอดีตผู้บัญชาการในกองทัพ ด้วยเหตุนี้ทำให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท นายทหารที่เติบโตจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ถูกพูดถึงและจับตามองเป็นพิเศษ นอกเหนือจาก พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร

 

กลับขึ้นด้านบน