ภัยแล้งกระทบ "กล้วยหอม-กล้วยน้ำว้า" ขาดตลาด บางพื้นที่ราคาพุ่งหวีละ 70 บาท

ภัยแล้งกระทบ "กล้วยหอม-กล้วยน้ำว้า" ขาดตลาด บางพื้นที่ราคาพุ่งหวีละ 70 บาท

ภัยแล้งกระทบ "กล้วยหอม-กล้วยน้ำว้า" ขาดตลาด บางพื้นที่ราคาพุ่งหวีละ 70 บาท

รูปข่าว : ภัยแล้งกระทบ "กล้วยหอม-กล้วยน้ำว้า" ขาดตลาด บางพื้นที่ราคาพุ่งหวีละ 70 บาท

ภัยแล้งส่งผลกระทบ กล้วยหอมและกล้วยน้ำว้าขาดตลาด พบราคาแพงมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา หวีละ 40 - 70 บาท กระทบผู้ที่ต้องใช้กล้วยเป็นวัตถุดิบเพราะต้นทุนสูงขึ้น 2-3 เท่า

วันนี้ ( 26 ส.ค.2559 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่ยาวนานกว่าปกติทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยต้องเร่งบำรุงต้นกล้วยให้มีความสมบูรณ์ เพื่อที่จะให้ได้ผลผลิตเต็มที่ หลังราคากล้วยชนิดต่าง ๆ ในท้องตลาด ทั้งกล้วยหอม กล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่ ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องผลผลิตน้อยลงกว่าปีก่อนเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ความต้องการบริโภคกล้วยยังคงสูงต่อเนื่อง กระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องซื้อกล้วยในราคาที่แพงขึ้นจากปกติถึง 2 เท่าตัว

นายราเชนทร์ ชูเชิด พ่อค้ากล้วยปิ้ง จ.อ่างทอง กล่าวว่า ในช่วงนี้ต้นทุนสูงขึ้น 2-3 เท่า เนื่องจากราคากล้วยน้ำว้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการสำรวจราคาขายกล้วยชนิดต่างๆ ในตลาดของ จ.อ่างทอง พบว่าราคากล้วยทุกชนิดแพงขึ้นกว่าเดิม เช่น กล้วยน้ำว้าราคาหวีละ 40-70 บาท ขณะที่กล้วยใข่ราคาหวีละ 40 บาท นอกจากนี้ ผู้ค้า ระบุว่านอกจากราคาแพงเป็นประวัติการณ์แล้ว กล้วยยังขาดตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าจนต้องมีการสั่งจองล่วงหน้านับสัปดาห์

กลับขึ้นด้านบน