มอบรองอัยการสูงสุดพิจารณาคดีโอนหุ้นชูวงษ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง "บรรยิน"

มอบรองอัยการสูงสุดพิจารณาคดีโอนหุ้นชูวงษ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง "บรรยิน"

มอบรองอัยการสูงสุดพิจารณาคดีโอนหุ้นชูวงษ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง "บรรยิน"

รูปข่าว : มอบรองอัยการสูงสุดพิจารณาคดีโอนหุ้นชูวงษ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง "บรรยิน"

อัยการสูงสุดมอบรองอัยการสูงสุดพิจารณาคดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ หลังอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ สั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ พร้อมพวกรวม 4 คน

วันนี้ (30 ส.ค.2559) ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวภายหลังอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีโอนหุ้นผิดปกติของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ พร้อมพวกรวม 4 คน เป็นผู้ต้องหา ว่า ทางสำนักงานอัยการสูงสุดเรียกสำนวนคดีมาตรวจสอบและมอบหมายให้รองอัยการสูงสุดตรวจสอบสำนวนความถูกต้อง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ หากรองอัยการสูงสุดมีความเห็นพ้องว่าสั่งไม่ฟ้องก็จะต้องส่งสำนวนต่อไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อมีคำสั่งทางคดี หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นกันก็จะถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด แต่หากมีความเห็นแย้งจะต้องส่งสำนวนกลับมาถึงอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาชี้ขาดว่าจะฟ้องหรือไม่

ส่วนอีกแนวทาง คือ หากรองอัยการสูงสุดเห็นแย้งกับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ โดยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา สำนวนนี้จะถูกส่งกลับไปยังสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาไม่นานและถือเป็นขั้นตอนปกติของกฎหมาย พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากต้องการร้องขอความเป็นธรรมสามารถดำเนินการได้ แต่ไม่สามารถยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากพยานหลักฐานต้องมาจากการสอบสวนโดยชอบตามกฎหมาย

กลับขึ้นด้านบน