สาวเชียงใหม่ติดเชื้อ "ไวรัสซิกา" กังวลกระทบลูกในครรภ์

สาวเชียงใหม่ติดเชื้อ "ไวรัสซิกา" กังวลกระทบลูกในครรภ์

สาวเชียงใหม่ติดเชื้อ "ไวรัสซิกา" กังวลกระทบลูกในครรภ์

รูปข่าว : สาวเชียงใหม่ติดเชื้อ "ไวรัสซิกา" กังวลกระทบลูกในครรภ์

สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อ“ไวรัสซิกา”ได้แล้ว เผยที่ผ่านมาพบผู้ป่วยรวม 7 คน แนะวิธีทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบ้าน ห้ามปล่อยให้ยุงลายกัด ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสซิกา กังวลติดเชื้อกระทบลูกในครรภ์

วันนี้ ( 30 ส.ค.2559 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางชลลิสา จริยาเลิศศักดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาไม่เพียงส่งผลทำให้ทารกศีรษะเล็กลงแล้ว ในส่วนของผู้ชายหากติดเชื้อและมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาจนตั้งครรภ์ ก็อาจมีผลต่อทารกเช่นกัน เพราะแม้จะหายจากอาการแต่เชื้อจะฝังในอสุจิและมีอายุนาน 2 เดือน

ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข และ อสม.ใน ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พบการแพร่ระบาดก็ยังคงประชาสัมพันธ์ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดย 3 เดือนที่ผ่านมา พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาแล้ว 7 คน

หญิงสาวอายุ 25 ปี ชาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ หนึ่งในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งได้รับการรักษาจนหายแต่แพทย์ยังคงเฝ้าติดตาม เนื่องจากตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน เธอยอมรับว่ารู้สึกกังวลมาก หลังทราบว่าเป็นโรคนี้เพราะไม่มีวัคซีนหรือยารักษา และอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์

นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาตั้งแต่ปี 2555- 2558 ได้กระจายทุกภาค และมีผู้ป่วยยืนยันเฉลี่ยปีละ 5 คน และช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยรายใหม่ ใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ จันทบุรี เพชรบูรณ์ และบึงกาฬ ซึ่งขณะนี้ยังคงมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค 4 ด้าน ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2.การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3.การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และ 4.การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท

สำหรับโรคนี้ส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการที่พบบ่อยคือ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ซึ่งจะทุเลาได้เองภายใน 2-7 วัน จะมีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่บ่งชี้ว่า อาจสัมพันธ์กับอาการศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด

กลับขึ้นด้านบน