เมียนมาเปิดเจรจาสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21

เมียนมาเปิดเจรจาสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21

เมียนมาเปิดเจรจาสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21

รูปข่าว : เมียนมาเปิดเจรจาสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21

เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่และให้สิทธิความเป็นพลเมืองแก่ชาวมุสลิมโรฮิงญา ในขณะที่การเจรจาสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้

วันนี้ (31 ส.ค.2559) ตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์หลายร้อยคนทยอยเดินทางมาถึงสถานที่จัดการประชุมในกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะมีขึ้นเป็นเวลา 5 วัน โดยเริ่มต้นขึ้นในวันนี้เป็นวันแรก โดยในช่วงพิธีเปิดการประชุม นายบัน คี-มูน เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพเมียนมา จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วย

การเจรจาสันติภาพในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนางซู จี ที่ต้องการรื้อฟื้นสนธิสัญญาปางโหลง ที่ พล.อ.ออง ซาน ผู้เป็นบิดา เคยมีส่วนร่วมในการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์จนนำไปสู่การทำข้อตกลงให้กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิ์ในการปกครองตนเอง และเปลี่ยนรูปแบบการปกครองไปเป็นสหพันธรัฐ แต่ข้อตกลงดังกล่าวถูกล้มเลิกไปหลังจากเหตุลอบสังหารนายพลออง ซาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ปี 2490

วานนี้ (30 ส.ค.) นายบัน คี-มูน ได้แถลงข่าวร่วมกับนางซู จี โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่และให้สิทธิการเป็นพลเมืองแก่ชาวโรฮิงญา เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า รัฐบาลเมียนมาได้ให้คำมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมทั้งย้ำว่านานาชาติต่างกังวลถึงปัญหาชาวมุสลิมโรฮิงญาในเมียนมาที่ถูกเลือกปฏิบัติ จนทำให้ชาวโรฮิงญาจำนวนมากยอมเสี่ยงตาย ด้วยการอพยพทางเรือเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเดิมในต่างประเทศ นายบัน คี-มูน ยังแสดงความเห็นว่า หากชาวโรฮิงญาอาศัยอยู่ในเมียนมามานานหลายชั่วอายุคน ก็สมควรที่จะได้รับสิทธิทางกฎหมาย และความเป็นพลเมืองเช่นเดียวกับทุกคนในเมียนมา

กลับขึ้นด้านบน