บันทึกคำชี้แจง "ดีเอสไอ" กรณีการเสียชีวิตของ "ธวัชชัย อนุกูล"

บันทึกคำชี้แจง "ดีเอสไอ" กรณีการเสียชีวิตของ "ธวัชชัย อนุกูล"

บันทึกคำชี้แจง "ดีเอสไอ" กรณีการเสียชีวิตของ "ธวัชชัย อนุกูล"

รูปข่าว : บันทึกคำชี้แจง "ดีเอสไอ" กรณีการเสียชีวิตของ "ธวัชชัย อนุกูล"

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา เมื่อ 30 ส.ค.2559 ผู้บริหารดีเอสไอแถลงข่าวนายธวัชชัยทำอัตวินิบาตกรรมโดยการผูกคอด้วยถุงเท้า ซึ่งเป็นการแถลงข่าวก่อนจะมีรายงานผลชันสูตรพบอาการตับแตกและเลือดออกในช่องท้อง

ช่วงบ่ายวันที่ 30 ส.ค.2559 แพทย์ประจำสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ที่ทำการชันสูตรศพนายธวัชชัยพบว่าผู้ต้องหามีอาการตับแตก เลือดออกในช่องท้องร่วมกับการขาดอากาศหายใจ ข้อมูลนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความสงสัยว่านายธวัชชัยเสียชีวิตจากการทำอัตวินิบาตกรรมจริงหรือไม่ ความสงสัยนี้รุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ยืนยันว่าการกู้ชีพของทีมแพทย์โดยการปั๊มหัวใจไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเลือดออกในช่องท้องหรือตับแตก

ในขณะที่ข้อสงสัยหลายข้อยังไม่ได้รับคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ว่าเขาผูกคอด้วยถุงเท้าหรือเสื้อเชิ้ต และภายในห้องควบคุมมีกล้องวงจรปิดหรือไม่ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" นำรายละเอียดการแถลงข่าวของดีเอสไอหลังการเสียชีวิตของนายธวัชชัยในเช้าวันที่ 30 ส.ค.2559 มานำเสนออีกครั้ง เพื่อให้เห็นที่มาที่ไปและคำอธิบายที่อาจช่วยให้เห็นภาพหรือประเด็นบางอย่างชัดเจนมากขึ้น

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดี ดีเอสไอ

ขอชี้แจงเรื่องการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาตามหมายจับของสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายธวัชชัยอายุ 66 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ส่วนสืบสวนสะกดรอยของดีเอสไอจับกุมได้เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559 และนำตัวมาควบคุมตัวที่ห้องควบคุมของกรมสอบสวนคดีพิเศษในวันเดียวกัน หลังจากนั้นได้มีการนำตัวนายธวัชชัยไปสอบสวนแจ้งข้อหาตามระเบียบและเอาตัวกลับมาควบคุมในห้องควบคุม ระหว่างควบคุมก็ได้เสียชีวิตไปเนื่องจากทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการแขวนคอ โดยใช้ถุงเท้าแขวนคอตัวเองในห้องควบคุมของเรา

หลังเกิดเหตุ เราได้นำตัวนายธวัชชัยไปส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งว่าท่านได้เสียชีวิต แพทย์ช่วยเหลือไม่ทัน เราขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตด้วย

นายธวัชชัยดำรงตำแหน่งสุดท้ายเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ก่อนเสียชีวิตได้หลบหนีการจับกุม เราขอชี้แจงว่า การควบคุมผู้ต้องขัง การดำเนินการระหว่างการควบคุม ดีเอสไอดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเต็มความสามารถ ตั้งแต่การแจ้งสิทธิของผู้ต้องหา การให้ญาติเข้าร่วมฟังการสอบสวน กระบวนการสร้างความพึงพอใจของผู้รับบริการ ซึ่งนายธวัชชัยให้ความเห็นว่า ดีเอสไอดำเนินการอย่างดีเยี่ยม อันนี้เป็นบันทึกที่นายธวัชชัยเขียนไว้เอง

ประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่าเรามีการดูแลผู้ต้องขังดีหรือไม่ ขอยืนยันว่าเรามีการเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนเสียชีวิต เท่าที่ผมตรวจสอบข้อมูลดูพบว่า นายธวัชชัยมีอาการเครียด วิตกกังวล ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอีกหลายเรื่อง ในช่วงเย็นมีการสอบปากคำญาติช่วงเย็นวันที่ 29 ส.ค. ญาตินั่งฟังการสอบสวนด้วยจนถึงช่วงหัวค่ำ ทางเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมก็พยายามดูแลอย่างใกล้ชิด ห้องขังของเราติดแอร์ไว้ เข้าใจว่าเขาจะหนาว เราก็ให้ใส่ถุงเท้า เขาใช้ถุงเท้าของตัวเองไปแขวนคอตัวเองเสียชีวิต ซึ่งระหว่างการดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องขังนั้น ผมซักถามผู้เกี่ยวข้องบอกว่า เวลาประมาณ 01.00 น. นายธวัชชัยขอให้เจ้าหน้าที่ปิดไฟเพราะต้องการจะนอน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าปิดไฟไม่ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เดินไปดูแลความปลอดที่อื่นแล้วเดินกลับมาอีกครั้งประมาณ 02.00 น. ก็พบว่าเสียชีวิตไปแล้ว

ห้องที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหาเป็นห้องกระจกใส มีแอร์ มีห้องน้ำในตัว ผู้ต้องหาแขวนกับบานพับประตู ซึ่งมีความแข็งแรงมาก บานพับมี 3 บาน ด้านในเป็นบานพับที่มีเหล็กยาวประมาณ 3 นิ้วยื่นออกมา ดูสภาพแล้วก็แข็งแรงพอที่จะใช้แขวนคอได้ คนดูแลอยู่ภายนอกและอยู่ค่อนข้างใกล้กับผู้ต้องขัง ห้องนี้เป็นห้องปกติที่ใช้ควบคุมผู้ต้องขัง ตามระเบียบเราควบคุมผู้ต้องขังในการจับกุมได้ 48 ชั่วโมง ขณะที่ควบคุมไม่มีผู้ต้องขังคนอื่น มีเพียงนายธวัชชัยคนเดียว

การควบคุมดูแลผู้ต้องขังอยู่ในมาตรฐานสากล ตั้งแต่การจับกุม การแจ้งสิทธิตามกฎหมาย การติดต่อญาติ มีสิทธิที่จะได้รับการสอบสวนร่วมกับทนาย และสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาล เราก็ดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีนี้เราได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อดูว่าเกิดจากความบกพร่องของผู้ใดหรือไม่

พ.ต.ท.ประวุฒิ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

คดีของนายธวัชชัย เป็นคดีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร้องทุกข์ขอให้ดำเนินการผู้ที่บุกรุกและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีบุกรุกพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ป่าซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท โดยนายธวัชชัยเป็นเจ้าพนักงานที่ดินที่เป็นผู้ออกโฉนดที่ดินโดยที่เขาไม่มีอำนาจที่จะไปออกเอกสารสิทธิ์ ผลสรุป เราได้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ดินที่เป็นเอกชน 3 รายในข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ และดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานของรัฐอีก 3 ราย หนึ่งในนั้นคือนายธวัชชัย อีกคนหนึ่งถูกคุมขังในเรือนจำที่เกาะสมุย อีกคนหนึ่งถูกจับกุมที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งหมดนี้เป็นคนที่เรามีความเห็นเสนอให้อัยการสั่งฟ้อง

เท่าที่สืบเบื้องต้นพบว่านายธวัชชัยมีคดีอยู่หลายคดี ทั้งที่ ป.ป.ช.และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราเชื่อว่าเขาหนีการจับกุมมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นปีที่เขาถูกไล่ออกจากราชการ จากนั้นก็หายตัวไป ต่อมา ทาง ป.ป.ช.ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบหลายคดี ซึ่งหลังจากที่เราจับกุมนายธวัชชัยก็ได้มีการประสานข้อมูลกันเพื่อให้มาอายัดตัว แต่นายธวัชชัยได้เสียชีวิตเสียก่อน แต่หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ยังมีชีวิตอยู่

ชยพล หวานชะเอม เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าผู้ควบคุมผู้ต้องขัง ดีเอสไอ

ก่อนจะพาผู้ต้องขังเข้าห้องควบคุม เราจะตรวจดูว่ามีอะไรที่เป็นอันตรายหรือเปล่า พอเข้าห้องควบคุมแล้วก็จะมี รปภ.มาดูด้วย ผมจะให้ผู้ต้องขังทุกกรณีอยู่ในห้องนี้เพราะอยู่ใกล้กับห้องทำงานของผม เขาไม่ได้แสดงอาการว่าเครียด คุยดีตลอด คุยเรื่องขอประกันตัว เรื่องคดี ก็โอเค ดีครับ ไม่มีสัญญาณความเครียด ผมยังให้เขาประเมินผมเลยครับว่าพวกเราดูแลเขาดีหรือไม่ อย่างไร วิจารณ์ได้ ถ้าไม่ดี เดี๋ยวผมจะปรับปรุงให้ อาหารก็ทานได้ตามปกติ ห้องควบคุมจะมี รปภ.ดูแลตลอด ถ้ารปภ.ไม่อยู่เราก็จะต้องมาดูแทนเขา ตอนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เห็นผู้ต้องหานั่งหันหลังอยู่พักหนึ่ง แต่พอเห็นว่านั่งนานก็เลยเรียก พอเรียกแล้วเขาเฉย ก็เลยเข้าไปดู

ระหว่างควบคุมตัวนายธวัชชัย ผมจะเรียกเขาตลอด เรียกทุกครั้งที่เดินผ่าน พอเห็นเขารู้สึกตัวก็โอเค

กลับขึ้นด้านบน