นายกเล็กสมุยระบุแก้ขยะล้นเกาะได้ ต้องใช้กฎหมาย รณรงค์ยาก-ประชากรแฝงไร้สำนึก

นายกเล็กสมุยระบุแก้ขยะล้นเกาะได้ ต้องใช้กฎหมาย รณรงค์ยาก-ประชากรแฝงไร้สำนึก

นายกเล็กสมุยระบุแก้ขยะล้นเกาะได้ ต้องใช้กฎหมาย รณรงค์ยาก-ประชากรแฝงไร้สำนึก

รูปข่าว : นายกเล็กสมุยระบุแก้ขยะล้นเกาะได้ ต้องใช้กฎหมาย รณรงค์ยาก-ประชากรแฝงไร้สำนึก

นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย เผยขยะเกาะสมุยไม่มีทางลดถ้าไม่ใช้กฎหมายบังคับ เก็บค่าขยะแบบใครทิ้งมากจ่ายมาก เพราะการณรงค์ให้แยกขยะ เพื่อลดปริมาณ ได้ผลแค่ระยะเริ่มแรก และไม่ต่อเนื่อง

วันนี้ (7 ก.ย.) นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาขยะบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ปัจจุบันเกาะสมุยมีขยะเกิดขึ้นวันละ 150 ตัน ต้องเสียค่าเก็บและค่าดำเนินการฝังกลบกิโลกรัมละ 2 บาท เป็นเงินวันละ 300,000 บาท และที่สำคัญบ่อขยะจะรองรับได้อีกไม่นาน ทางออกคือ ต้องให้ลดปริมาณขยะอย่างจริงจัง แต่การรณรงค์ สร้างจิตสำนึกหรือโครงการส่งเสริมได้รับความร่วมมือในวงจำกัด เพราะผู้ผลิคขยะคือผู้ประกอบการท่องเที่ยวและครัวเรือนส่วนใหญ่เห็นว่าเมื่อจ่ายเงินค่ากำจัดขยะให้เทศบาลแล้วก็เป็นหน้าที่ของเทศบาลนำไปจัดการ ขณะที่สถานประการท่องเที่ยว จ่ายค่าจัดการขยะอยู่ที่เดือนละ 2,000 บาทเท่านั้น

“โรงแรมใหญ่ เล็กก็จ่ายเท่ากัน ไม่ว่าใครทิ้งมากทิ้งน้อย ผมอยากให้ออกกฎหมายได้ว่า ใครทิ้งมากก็ต้องจ่ายมาก ใครทิ้งน้อยก็จ่ายน้อย ถ้าคิดค่าจัดการขยะเป็นกิโล ถ้าสถานประกอบการเสียค่าจัดการขยะเดือนหนึ่งๆ เป็นหมื่น แบบนี้ถึงจะทำให้แต่ละโรงแรม แต่ละบ้านคัดแยกขยะก่อนทิ้งได้ ไม่งั้นทำให้ตายก็ไม่สำเร็จ เพราะการณรงค์ก็ได้ผลเป็นพักๆ แต่ไม่ทำกันต่อเนื่อง เพราะค่าจัดการขยะมันราคาถูก พอผู้จัดการโรงแรม หรือ ผอ.โรงเรียนย้าย เดิมที่เคยแยกขยะก็เปลี่ยน กลายเป็นแล้วแต่ความสนใจของผู้บริหารเป็นยุคๆ เป็นคนๆ ไม่ต่อเนื่อง” นายรามเนตร กล่าว

ปัจจุบันไม่สามารถออกเทศบัญญัติตามหลักการดังกล่าวได้ เนื่องจากมี พ.ร.บ.สาธารณสุข กำหนดเพดานขั้นสูงเอาไว้ ว่าให้จัดเก็บค่าจัดการขยะได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาทเท่านั้น

สำหรับปริมาณขยะในปัจจุบันวันละ 150 ตัน มาจากภาคครัวเรือน ร้อยละ 30 ส่วนสถานประกอบการ ร้อยละ 70 ประกอบด้วยขยะพลาสติก ประมาณร้อยละ 29.36 ขยะเปียก ร้อยละ 27.39 ส่วนขยะทั่วไปและขยะจากการก่อสร้างก่อสร้าง ร้อยละ 43.29 มีสถานประกอบการถึง 200-300 แห่ง แต่มีการคัดแยกขยะก่อนทิ้งเพียงแค่ 30-40 แห่งเท่านั้น

ขณะที่ภาคครัวเรือนของเกาะสมุย มีประชากรประมาณ 65,000 คน แต่มีแรงงานแฝงถึง 3 เท่าตัว นายรามเนตร บอกว่า ยิ่งทำให้ความใส่ใจหรือจิตสำนึก ในการคัดแยกขยะในภาคครัวเรือนทำได้น้อย เพราะไม่ใช่คนท้องถิ่น ที่จะมีสำนึกรักษาความยั่งยืนของบ้านเกิด

ส่วนขยะเก่าราว 300,000 ตันนั้น รอว่า TOR ที่เสนอทางจังหวัดไป เพื่อจะจัดจ้างผู้ดำเนินการขนไปฝังกลบที่ จ.สุราฎร์ธานี จะผ่านมาหรือไม่ แต่ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว โดยเตรียมอีก 2 บ่อไว้แล้ว ยังไม่ได้ปูพื้นกันการซึมของน้ำขยะ ซึ่งคาดว่ารองรับได้บ่อละ 6 เดือน ส่วนขยะในบ่อเก่า จะจ้างเอกชนให้รื้อบ่อและร่อนขยะเอาขึ้นมาเลือกใช้ประโยชน์ด้านรีไซเคิล เพราะส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติก เพื่อให้สามารถนำบ่อขยะกลับมาใช้รองรับขยะได้อีก อย่างไรก็ตาม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเกาะสมุยเห็นว่า การบดขยะที่ต้นทางโดยการคัดแยกขยะจะเป็นวิธีการที่ได้ผลมากที่สุด แต่ต้องมีมาตรการบังคับ

ขณะไทยพีบีเอสกำลังจับเรื่องนี้เป็นประเด็นเพื่อดำเนินการให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยการแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ และหาวิธีการเพื่อจัดการขยะบนเกาะสมุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อลดขยะที่จะเกิดขึ้นใหม่

กลับขึ้นด้านบน