ปู่คออี้สุดเศร้า ศาลปกครองยกฟ้อง ชี้จนท.อุทยานฯเผาบ้านไม่ผิด

ปู่คออี้สุดเศร้า ศาลปกครองยกฟ้อง ชี้จนท.อุทยานฯเผาบ้านไม่ผิด

ปู่คออี้สุดเศร้า ศาลปกครองยกฟ้อง ชี้จนท.อุทยานฯเผาบ้านไม่ผิด

รูปข่าว : ปู่คออี้สุดเศร้า ศาลปกครองยกฟ้อง ชี้จนท.อุทยานฯเผาบ้านไม่ผิด

ศาลปกครองอ่านคำพิพากษาคดีรื้อเผาบ้านชาวบ้านในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่า ผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิทำกินในที่ดินซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากไม่ใช่ชุมชนดังเดิม พร้อมให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ชาวบ้านคนละ 10,000 บาท ส่วนคำขออื่นๆ ให้ยกทั้งหมด

วันนี้ (7 ก.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงแห่งป่าแก่งกระจาน พร้อมชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เดินทางมาศาลปกครอง โดยมีนายพฤ โอ่โดเชา ชาวกะเหรี่ยงจาก จ.เชียงใหม่ องค์กรภาคประชาสังคมและประชาชนที่ติดตามคดีเดินทางมาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก ระหว่างรอเข้ารับฟังผลการพิจารณาคดีมีการทำพิธีบายสีสู่ขวัญ

ศาลปกครองมีคำพิพากษาว่า ผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิทำกินในที่ดินซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพราะไม่ใช่ชุมชนดั้งเดิม ซึ่งพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่เป็นป่ารกทึบ การไล่รื้อของเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไปตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม การเผาทำลายข้าวของเครื่องใช้โดยเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำที่ไม่สมควร ให้ชดใช้ชาวบ้านคนละ 10,000 บาท ส่วนคำขออื่นๆ ให้ยกทั้งหมด

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านกล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาว่า อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่บรรพบุรุษและไม่ได้บุกรุก หลังจากนี้จะหารือร่วมกับทางทีมทนายความว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คดีดังกล่าวเป็นการกระทำทางปกครองที่ขัดต่อ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และขัดต่อหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ทั้งยังเป็นการใช้ดุลยพินิจของฝ่ายปกครองที่ขัดต่อหลักกฎหมายปกครอง หลังนายชัยวัฒน์ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คนละทิ้งจากบ้านเรือนที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ซึ่งเป็นการออกคำสั่งโดยมีความผิดพลาดในข้อเท็จจริง ไม่มีการตรวจสอบสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติและทะเบียนราษฎร์ รวมถึงไม่ตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อนที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนดั้งเดิมก่อน โดยกล่าวหาว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน เป็นชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และรื้อถอน เผา ทำลาย ทรัพย์สิน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 ดังนั้นการกระทำของนายชัยวัฒน์ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ทำให้ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน พื้นที่ทำกิน อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ และศักยภาพในการสืบทอดวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตตามวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวิถีเอื้อต่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและวิถีชีวิตพอเพียงตามรัฐธรรมนูญ

ผู้ฟ้องคดีจึงขอให้ศาลมีคำสั่งผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 หน่วยงาน ชดใช้ค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 9,533,090 บาท และขอสิทธิในการกลับไปอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เดิมซึ่งเป็นพื้นที่บรรพบุรุษ โดยให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 ส.ค.2553 เรื่องแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

กลับขึ้นด้านบน