กทม.ยันคุมไวรัสซิการะบาดในเขตสาทรได้แล้ว แพทย์ระบุต้องกำจัดยุงลายถึงคุมโรคได้

กทม.ยันคุมไวรัสซิการะบาดในเขตสาทรได้แล้ว แพทย์ระบุต้องกำจัดยุงลายถึงคุมโรคได้

กทม.ยันคุมไวรัสซิการะบาดในเขตสาทรได้แล้ว แพทย์ระบุต้องกำจัดยุงลายถึงคุมโรคได้

รูปข่าว : กทม.ยันคุมไวรัสซิการะบาดในเขตสาทรได้แล้ว แพทย์ระบุต้องกำจัดยุงลายถึงคุมโรคได้

กทม.ยัน ควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่ได้แล้ว หลังพบผู้ป่วย 22 คน ในเขตสาทรเป็นครั้งแรก ระบุยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศมี 27 คน แพทย์กำชับต้องกำจัดยุงลายถึงควบคุมโรคได้ ขณะที่ประเทศในแถบเอเชียตื่นตัวต่อการแพร่ระบาด ยอดผู้ป่วยในสิงคโปร์พุ่ง

วันนี้ (11 ก.ย. 2559) นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่ กทม. ในขณะนี้ มีทั้งสิ้น 27 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของโรค 5 คน ในจำนวนนี้มีหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะคลอดเพื่อติดตามพัฒนาการของทารก โดยกลุ่มนี้ กทม.สามารถควบคุมโรคได้แล้ว

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ 22 คน ในเขตสาทร ไม่พบอาการป่วยรุนแรง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและควบคุมโรคต่อเนื่องอีก 30 วัน หากไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดโรค ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาจากสามีที่สิงคโปร์ ล่าสุดคลอดบุตรพบว่าทั้งแม่และเด็กปลอดภัย

“กทม.เฝ้าติดตามการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผู้ป่วยชุดใหม่ โดยทุกพื้นที่ 1 เมตร ที่พบผู้ป่วย เจ้าหน้าที่จะตีวงกว้างออกไปถึง 100 เมตร ในการค้นหาผู้ที่เป็นไข้ผื่นแดง ปวดตามข้อ เพื่อนำมาตรวจหาเชื้อไวรัส และแม้ลักษณะพื้นที่ของ กทม.จะแออัด ยากต่อการจัดการ แต่เรามีการสื่อสารที่ดี ทำให้การเข้าควบคุมพื้นที่ของผู้ป่วยทั้ง 22 คนในเขตสาธร ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่ทำงานเป็นไปได้ด้วยดี” ผอ.กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. ระบุ

นพ.เมธิพจน์ กล่าวต่ออีกว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาไม่ใช่โรคอันตราย เป็นโรคไข้ผื่นแดงธรรมดา แต่อาจมีผลต่อหญิงตั้งครรภ์ที่การติดเชื้อในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์จะทำให้เด็กที่เกิดมามีความบกพร่องทางสมองได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกในเรื่องนี้ โดยหากเป็นคนปกติได้รับเชื่อจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน ส่วนผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ไม่ควรเดินทางไปมาในช่วงติดเชื้อ ขอให้อยู่เฉพาะที่จนกว่าจะหายจากโรค

“สิ่งที่กลัวคือการควบคุมยุงลายไม่ได้ เนื่องจากเริ่มมีพายุและมรสุมที่ทำให้เกิดฝนตกในประเทศมากขึ้น เกิดเป็นแอ่งน้ำขังทำให้ยุงแพร่พันธุ์เร็วขึ้น ฉะนั้น ถ้าจำกัดยุงลายที่เป็นพาหะโรคได้ ก็ทำให้เราสามารถควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาได้ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการกำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน เช่น แจกัน กระถางต้นไม้ ยางรถยนต์ เป็นต้น” นพ.เมธิพจน์ กล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการสิงคโปร์เปิดเผยพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาล่าสุดเพิ่มอีก 14 คน รวมทั้งหมดเป็น 318 คน ทำให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์เร่งกำจัดยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรค โดยเฉพาะในเขตที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

ขณะที่ ผู้บริหารสนามบินนินอย อาคิโน ในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ สั่งการให้เครื่องบินทุกลำที่บินเข้า-ออกในฟิลิปปินส์ ต้องฆ่าเชื้อและกำจัดแมลงในห้องโดยสาร และให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ สำหรับผู้โดยสารที่มีอาการป่วยด้วยไข้หวัด จะถูกกักตัวเพื่อดูอาการเป็นเวลา 14 วัน

ด้าน รัฐบาลอังกฤษออกมาตรการให้สายการบินฉีดพ่นยากำจัดแมลงบนเครื่องบิน ที่เดินทางมาจากประเทศที่พบการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานต่ออีกว่า ทางการไต้หวันสั่งให้เจ้าหน้าที่สนามบินตรวจสอบผู้โดยสารทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างเลือดของผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายโรคไข้เลือดออกและไวรัสซิกา เพื่อทำการตรวจสอบหาสาเหตุของอาการป่วยต่อไป

  

 

กลับขึ้นด้านบน