พ่อนิสิตปี 1 พาณิชย์นาวี ม.เกษตรฯ ศรีราชา ไม่ปักใจเชื่อกิจกรรมรับน้องไม่รุนแรง

พ่อนิสิตปี 1 พาณิชย์นาวี ม.เกษตรฯ ศรีราชา ไม่ปักใจเชื่อกิจกรรมรับน้องไม่รุนแรง

พ่อนิสิตปี 1 พาณิชย์นาวี ม.เกษตรฯ ศรีราชา ไม่ปักใจเชื่อกิจกรรมรับน้องไม่รุนแรง

รูปข่าว : พ่อนิสิตปี 1 พาณิชย์นาวี ม.เกษตรฯ ศรีราชา ไม่ปักใจเชื่อกิจกรรมรับน้องไม่รุนแรง

บิดานิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ ม.เกษตรศาสตร์ ศรีราชา ไม่ปักใจเชื่อว่าสาเหตุที่บุตรชายสำลักน้ำจนมีอาการปอดติดเชื้อเกิดจากการทำกิจกรรมทั่วไปที่ไม่ใช่การรับน้องรุนแรง หลังผู้บริหารมหาวิทยาลัย ชี้แจงว่าเป็นอุบัติเหตุจากกิจกรรมเสาะหาพี่รหัส

วันนี้ (11 ก.ย.2559) นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมรองอธิการบดี และคณบดีคณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี เดินทางไปเยี่ยมและติดตามอาการนายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือบอส นิสิตปี 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ วิทยาเขตศรีราชา ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลชลบุรี ด้วยอาการปอดติดเชื้อทั้งสองข้าง เนื่องจากสำลักน้ำหลังมีการเผยแพร่ภาพและข้อความผ่านโชเชียลมีเดียระบุว่า สาเหตุที่นายโชคชัยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล มาจากการรับน้องรุนแรง โดยให้ดำน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสีย

ศ.กิตติคุณ พล.ร.ท.อนิรุทธิ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ ม.เกษตรศาสตร์ ชี้แจงว่า บ่อน้ำดังกล่าวไม่ใช่น้ำเสีย เป็นบ่อรับน้ำฝนและน้ำไหลจากภูเขา ใช้รดน้ำต้นไม้หรือล้างพื้น และไม่มีน้ำจากสารเคมี พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การรับน้องแบบรุนแรง แต่เป็นกิจกรรมการเสาะหาพี่รหัส เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ได้เป็นกิจกรรมบังคับ

"อุบัติเหตุครั้งนี้ เหตุการณ์คือ พี่เห็นน้องคลุกฝุ่นเลอะ จึงบอกให้ไปล้างตัว น้อง 2 คน เลยลงไปในบ่อน้ำ มีรุ่นพี่รหัสที่สนิทกันมากๆ ก็มีการว่ายน้ำไปหากัน ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาจจะเป็นตะคริว รุ่นพี่เห็นเหตุการณ์ก็ลงไปช่วยกันนำตัวขึ้นมา ส่วนบ่อที่เกิดเหตุเป็นบ่อรับน้ำฝน ไม่ใช่บ่อเคมีหรือบ่อบำบัดน้ำเสียอย่างที่เป็นข่าวออกไป" ศ.กิตติคุณ พล.ร.ท.อนิรุทธิ์ ระบุ

ด้านนายอัมพร ทองเนื้อขาว บิดาของน้องบอส หรือนายโชคชัย บอกว่าไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการรุนแรงเช่นนี้ และไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นกิจกรรมทั่วไปที่ไม่ใช่การรับน้องรุนแรง จึงอยากให้ดูแลการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงเกิดอันตราย

ล่าสุดอาการของนายโชคชัย ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โดยแพทย์ยังคงต้องให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อในปอด ซึ่งอาการตอบสนองดีขึ้น โดยทางมหาวิทยาลัย ระบุว่าจะดูแลค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยระบุว่ายังไม่มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

 

กลับขึ้นด้านบน