อุตุฯเตือนเหนือ-อีสาน รับมือดีเปรสชั่น เชียงใหม่น้ำหลาก-ดินถล่ม

อุตุฯเตือนเหนือ-อีสาน รับมือดีเปรสชั่น เชียงใหม่น้ำหลาก-ดินถล่ม

อุตุฯเตือนเหนือ-อีสาน รับมือดีเปรสชั่น เชียงใหม่น้ำหลาก-ดินถล่ม

รูปข่าว : อุตุฯเตือนเหนือ-อีสาน รับมือดีเปรสชั่น เชียงใหม่น้ำหลาก-ดินถล่ม

ตั้งแต่วันที่ 13-15 ก.ย. เตือนภาคเหนือ-อีสาน รับมือกับฝนตกหนัก ตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา สอดคล้องกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่เพื่อหาทางแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง

วันนี้ (12 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์” ฉบับที่ 5 ระบุว่า พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 750 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่

คาดว่ามีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ในช่วงวันที่ 13-15 ก.ย. นี้ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เยี่ยมประชาชนด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในพื้นที่น้ำท่วม และน้ำแล้งศึกษาสภาวะแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ เพื่อวางแผนบริหารจัดการ พร้อมประสานหน่ยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำ และจัดการการจราจร ในช่วงที่ฝนตกต่อเนื่อง

ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฝ้าระวังผลกระทบ จากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นช่วงกลางสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะภาคอีสาน ที่พบมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่วนหลายพื้นที่ภาคเหนือ สถานการณ์ขณะนี้ยังพบมีฝนตกต่อเนื่องและมีน้ำท่วมขัง ส่วนที่อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าไหลหลาก และ ดินสไลด์หลายจุด

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม บ้านแม่ลาย หมู่ที่ 2 บ้านห้วยแห้ว หมู่ 5 และ บ้านปางก๋อง หมู่ 6 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังเกิดดินสไลด์ และต้นไม้ล้มทับเส้นทางสายบ้านแม่กำปอง ไปน้ำตกแจ้ซ้อน จ.เชียงราย

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งการให้เร่งนำเครื่องจักร และ อุปกรณ์ เข้าช่วยเปิดเส้นทาง จนสามารถให้สัญจรได้แล้ว ส่วนความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจ

ส่วนฝนที่ยังตกหนักในบางพื้นที่ ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยที่จ.พะเยา เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เกษตร ในบ้านหมู่ที่ 9 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ และเตรียมติดตั้งท่อระบายน้ำ เพื่อให้เชื่อมไปยังอ่างเก็บน้ำหนองเล็งทราย เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

ส่วนที่จ.พิจิตร พื้นที่ทุ่งรังนก ต.รังนก อ.สามง่าม ยังคงมีน้ำท่วมขังในนาข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 เมตร สำหรับพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ลุ่มต่ำชาวบ้านต้องปล่อยให้น้ำท่วมทุ่ง เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำประมง และเก็บกักน้ำไว้เป็นน้ำต้นทุนทำการเกษตร ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

ส่วนที่จ.พิษณุโลก เรือนแพบางส่วนในแม่น้ำน่าน ที่อ.เมืองพิษณุโลก ต้องเกยตื้น หลังเขื่อนสิริกิต์ปรับลดการระบายน้ำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แม่น้ำน่านลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เรือนแพริมน้ำเกยตื้น เบื้องต้น กรมชลประทานได้สั่งการให้เขื่อนสิริกิต์ เพิ่มการระบายจาก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวัน เป็น 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเพื่อแก้ปัญหา พร้อมให้ชาวเรือนแพ เฝ้าติดตามการแจ้งข่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ส่วนในพื้นที่ภาคอีสาน ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งสัปดาห์ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ส่งผลให้ลำน้ำชีช่วงบริเวณบ้านค่าย อ.เมือง เริ่มปริ่มตลิ่ง ส่วนฝายน้ำล้นหลายแห่ง น้ำเริ่มล้นสันฝายและมีน้ำท่วมขังตามไร่นาที่เป็นพื้นที่ลุ่ม เบื้องต้นป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ตั้งศูนย์เฝ้าระวังระดับน้ำ และปัญหาดินโคลนถล่ม พร้อมเตรียมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ส่วนที่จ.ศรีสะเกษ ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมฝ่ายปกครอง และชลประทานจังหวัด ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตอำเภอเมือง และเตรียมรับมือฝนที่จะตกหนักในช่วงนี้ เนื่องจากประตูระบายน้ำปากห้วยสำราญชำรุดไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มที่ เบื้องต้นเตรียมพิจารณาทุบประตูระบายน้ำฝายห้วยปูน เพื่อเปิดเส้นทางระบายน้ำเพิ่ม รวมทั้งแจ้งเตือนพื้นที่ติดเชิงเขา เทือกเขาพนมดงรัก ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

ส่วนที่จ.อุบลราชธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ถึงหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอทุกอำเภอ เตรียมรับมืออิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ในช่วงวันที่ 13-15 กันยายนนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มติดลำน้ำ รวมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ผู้ประสบภัย

กลับขึ้นด้านบน