คำต่อคำ : ผู้บริหาร ม.เกษตรฯ ชี้แจงกรณี "น้องบอส" จมน้ำ

คำต่อคำ : ผู้บริหาร ม.เกษตรฯ ชี้แจงกรณี "น้องบอส" จมน้ำ

คำต่อคำ : ผู้บริหาร ม.เกษตรฯ ชี้แจงกรณี "น้องบอส" จมน้ำ

รูปข่าว : คำต่อคำ : ผู้บริหาร ม.เกษตรฯ ชี้แจงกรณี "น้องบอส" จมน้ำ

วันนี้ (12 ก.ย.2559) ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และคณบดี คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ แถลงข่าวกรณีนายโชคชัย ทองเนื้อขาว นิสิตชั้นปี 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ จมน้ำระหว่างทำกิจกรรมร่วมกับรุ่นพี่ที่ มก.วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 9 ก.ย.

โดยประเด็นสำคัญของการแถลงข่าวคือ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและคณบดียืนยันว่ากิจกรรมนี้ไม่ได้มีการบังคับให้รุ่นน้องปฏิบัติตามและบ่อน้ำที่เกิดเหตุไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียหรือบ่อสารเคมี ส่วนอาการของนายโชคชัยหรือ "น้องบอส" ดีขึ้นตามลำดับ และขณะนี้ทางคณะพาณิชยนาวีฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นแล้ว แต่ต้องรอให้ทั้งน้องบอสและรุ่นพี่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้มีสภาพจิตย่ำแย่ อาการดีขึ้นพอจะให้ข้อมูลได้ก่อน

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการอธิการบดี มก. 

นิสิตที่ประสบเหตุชื่อนายโชคชัยหรือ "บอส" เป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 ผมไปเยี่ยมทันทีที่ทราบข่าว ผมไม่คิดอย่างอื่นนอกจากว่านิสิตต้องรอดและปลอดภัย ซึ่งผมได้รับทราบว่าอาการน้องบอสดีขึ้นและน่าจะออกจากห้องไอซียูได้ ปกติเขาก็เป็นคนแข็งแรง ผมได้พบกับคุณพ่อของน้องบอสซึ่งเป็นกำนันอยู่ที่ จ.พัทลุง ท่านก็ห่วงใยลูกของท่านและห่วงใยนิสิตคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำ รับรองได้ว่าไม่ใช่น้ำจากบ่อบำบัดหรือบ่อสารเคมี แต่เป็นบ่อที่รองรับน้ำฝนและน้ำไหลมาจากภูเขาจึงทำให้น้ำมีลักษณะขุ่นและเป็นสีแดง ซึ่งเป็นปกติของฤดูฝน ในฤดูแล้งน้ำก็จะแห้งไป บ่อน้ำนี้อยู่ใกล้กับบริเวณที่นิสิตทำกิจกรรม

ปกตินิสิตคณะพาณิชยนาวีจะเป็นเด็กที่สมาร์ท เพราะเขาต้องทำงานในเรือ ทำงานเกี่ยวกับการเดินสมุทร เครื่องจักรกลเรือ เขาก็จะสมาร์ทเหมือนทหาร เวลาที่มหาวิทยาลัยต้องการใช้นิสิตทำกิจกรรมที่ต้องการระเบียบวินัย เราก็จะใช้เด็กพาณิชยนาวีซึ่งเขาจะหล่อ สมาร์ท ต่างจากนิสิตในส่วนอื่นๆ ซึ่งจะติดลูกทุ่งหน่อย เขาจะออกกำลังกาย จ็อกกิ้งตอนเช้า ร้องเพลง เป็นหน้าเป็นตาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเราน่าจะเป็นที่เดียวของประเทศที่มีการสอนพาณิชยนาวีระดับปริญญาตรี

สำหรับกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมซึ่งเขาทำปกติ รุ่นพี่จะทำให้รุ่นน้องได้รับความประทับใจโดยมีระบบพี่รหัส เท่าที่ผมได้รับรายงาน คือ วันนั้น (9 ก.ย.) มีการทำกิจกรรมเฉลยพี่รหัส พอทำกิจกรรมกลางแจ้งกันเสร็จก็มีเด็กบางส่วนที่ตัวเปื้อน ก็เลยให้ไปล้างตัวที่บ่อซึ่งอยู่ข้างๆ กับสนามซอฟท์บอลซึ่งเขาเล่นกันตามประสาเด็กพาณิชยนาวี ไม่ได้บังคับและไม่มีการว้าก เป็นการทำกิจกรรมปกติของเขา เด็กที่ร่วมกิจกรรมวันนั้นมีทั้งหมด 300-400 คน ทุกชั้นปีมาร่วมกัน แต่มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่ตัวเปื้อนมากกว่าเพื่อนก็เลยถูกให้ไปล้างตัวที่บ่อ โดยมีรุ่นพี่ซึ่งเป็นคนจังหวัดเดียวกันและสนิทกันมากบอกว่าว่ายน้ำข้ามไหวมั้ย เขาก็ท้าทายกันเฉยๆ ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ทำอะไรเลย มันจบกิจกรรมไปแล้ว เขาก็เลยว่ายน้ำข้าม แต่ด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งผมยังไม่ได้ลงไปดูในรายละเอียด น้องบอสก็จมลงไป รุ่นพี่ที่เห็นเหตุการณ์ก็เลยกระโดดลงไปช่วย หลังจากนั้นก็พาไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วพอสมควร โดยนำไปส่ง รพ.อ่าวอุดมก่อน เนื่องจากสำลักน้ำและน้ำสีขุ่นเนื่องจากเป็นหน้าฝน ถามว่ามีเชื้อโรคไหม ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นเชื้อปกติ ซึ่งเราจะไปตรวจสอบให้ก็ได้ แต่ว่าน้ำเข้าไปในปอด เพื่อความชัวร์ก็เลยส่งต่อไปที่ รพ.ชลบุรี ซึ่งอาการก็ดีขึ้น เขายังสื่อสารไม่ได้มากนัก แต่ตอบสนองได้ดี สามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง กำมือ จับมือเพื่อนๆ และลืมตาได้ปกติ เพียงแต่ว่าเขายังสลึมสลือกับยาที่ไม่ให้ปอดทำงานหนัก พรุ่งนี้ (13 ก.ย.) น่าจะออกจากห้องไอซียูได้ และอาการน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

 

ผมได้คุยกับคุณพ่อเขาซึ่งก็เสียใจเหมือนที่ผมเสียใจ ซึ่งผมก็คาดว่า...ดูจากพ่อด้วยและลูกด้วย เขาน่าจะยังเรียนต่อที่นี่นะครับ

ในส่วนของมหาวิทยาลัยเรายังไม่คิดเรื่องอื่น เราต้องแน่ใจว่าน้องบอสต้องปลอดภัยก่อน ได้บอกทางผู้บริหารทางวิทยาเขตไปแล้วว่าให้ ดูแลให้เต็มที่ทั้งน้องบอสและครอบครัว ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและการช่วยเหลือทุกอย่างที่จะทำให้บอสกลับมาเรียนได้

กิจกรรมพี่น้องสายรหัสเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้พี่ได้ช่วยเหลือน้อง เรามีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพี่กับน้อง...ถ้าตีความหมายว่าการรับน้อง...ตกลงไม่ให้พี่ทำกิจกรรมกับน้องเลยมันคงไม่ใช่ เราก็มีกิจกรรมอย่างเช่น พาเด็กไปเดินป่าของคณะวนศาสตร์ อันนี้เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร หรือกิจกรรมออกค่ายก็มีเป็นระยะ แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างสัมพันธ์อันดี ไม่ได้มีการใช้ความรุนแรง ไม่ได้บังคับ ก็ตามประสา ถ้าจะถามว่าใช่กิจกรรมรับน้องมั้ย ผมก็คงไม่ตอบ แต่ว่าถ้าท่านคิดว่ามันใช่ มันก็เป็นกระบวนการที่พี่กับน้องเขาจะรักกัน ผมว่าก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ผิดอะไร แต่กระบวนการที่จะซ่อมเชียร์หรือประชุมเชียร์มันไม่มีแล้ว และมันจบไปแล้ว เหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่ แค่เด็กไปล้างตัว

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้น้องบอสปลอดภัย ส่วนการหาข้อเท็จจริงก็ต้องหาไป และดูว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ตรงไหนเป็นการประมาทเลินเล่อ จะต้องหาแนวทางแก้ไข แต่ขั้นแรกขอให้น้องบอสปลอดภัยก่อน ไม่อย่างนั้นเราก็จะไปจ้องหาคนผิดคนถูก กระบวนการมันมีอยู่แล้วครับ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อยู่เฉยๆ ก็เกิดได้ ผมขอให้เหตุการณ์สงบก่อน ขอให้น้องบอสปลอดภัยก่อนแล้วก็จะหาข้อเท็จจริง

ผมยืนยันว่าเป็นการเล่นของเด็กเอง ไม่ใช่การบังคับ แต่ต้องถามคณบดี (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พล.ร.ท.นิรุทธิ์ หงส์ประสิทธิ์) อีกครั้ง เพราะผมมีนโยบายไม่ให้บังคับอยู่แล้ว แล้วก็บังคับไม่ได้ด้วย เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ใช่จะบังคับกันได้นะครับ

เรารับผิดชอบเต็มที่เท่าที่เราทำได้อยู่แล้ว ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล การดูแลคุณพ่อที่มาดูแล แต่ด้านจิตใจก็ต้องคุยกัน ซึ่งคุณพ่อของน้องบอสก็ไปดูที่เกิดเหตุกับผมและไปเยี่ยมรุ่นพี่ที่คาดว่าจะมีส่วนกับเหตุการณ์ซึ่งมีหลายคน แต่คนที่ใกล้ชิดก็คงจะลำบากใจมากหน่อย รุ่นพี่ก็เสียใจหมด ยังอยู่ในสภาพที่เสียใจ รุ่นพี่ยังพูดอะไรไม่ได้สักคำ

มหาวิทยาลัยขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เราจะเยียวยาและแก้ไขเท่าที่เราจะทำได้ และในฐานะผู้บริหารจะกำชับให้มีความรอบคอบมากขึ้น ตรงไหนที่เป็นจุดอ่อนก็จะต้องแก้ไข

ก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี วิทยาเขตศรีราชา

ช่วงบ่ายวันนี้ (12 ก.ย.) รพ.ชลบุรีได้แถลงข่าวเรื่องอาการของน้องบอส โดย นพ.ชุติเดช ดาบองครักษ์ ผู้อำนวยการ รพ.ชลบุรี กล่าวว่าน้องบอสเริ่มรู้สึกตัวได้ มีการขยับแขน ลืมตา ตรวจสอบไม่พบปอดติดเชื้อ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด และใช้ยานอนหลับซึ่งก็ได้ลดปริมาณของยาลง อาการตอบสนองดีขึ้นตลอดเวลา เรียกก็รู้สึกตัว มีการจับมืออาจารย์ที่ไปเยี่ยมอยู่เสมอ

พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นบ่อที่เราไว้รับน้ำฝน ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่วิทยาเขต อยู่ใกล้ตึกของคณะพาณิชยนาวีฯ เป็นที่ที่ใช้ในการทดลองระหว่างทำการศึกษาและทำให้นิสิตได้ใกล้ชิดและคุ้มเคยกับน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ลงไปว่ายน้ำเป็นการทั่วไป น้ำในบ่อมีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำต่อเนื่องมาโดยตลอดและพบว่าน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อวาน (11 ก.ย.) ก็ให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม สภาพการณ์ตอนนี้เนื่องจากมีฝนตกเยอะ ก็เลยมีตะกอนไหลเข้าอ่าง ทำให้ดูขุ่น ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ

การฝึกของคณะพาณิชยนาวีฯ มีหลากหลาย พื้นที่ตรงนี้ก็ใช้ในการฝึก เช่น การลอยเรือ เป็นพื้นที่ที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติรูปแบบหนึ่ง ระหว่างการฝึกครั้งนี้ก็อยู่ในสายตาของอาจารย์โดยตลอด และเนื่องจากนิสิตคณะพาณิชยนาวีฯ ต้องอยู่กับน้ำ นิสิตทุกคนก็จะต้องว่ายน้ำแข็ง และต้องผ่านการทดสอบก่อนเข้ามาศึกษา และจะมีการอบรมเรื่องการช่วยชีวิตด้วย

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่จบกิจกรรมเฉลยพี่รหัสแล้ว เป็นช่วงที่ผ่อนคลาย คงจะมีการเล่นๆ กัน พี่กับน้องซึ่งคุ้นเคยกันก็หยอกล้อกัน และอาจจะลงไปในบ่อ และอาจจะเผลอไผลไปบ้างก็เลยทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ส่วนเรื่องการป่วยของน้องบอสนั้น เขาก็ร่วมกิจกรรมมาโดยตลอดตั้งแต่แรกเริ่ม ก็คงพอถึงช่วงเวลาตอนสุดท้าย ช่วงที่ผ่านพ้นก็คงจะรู้สึกผ่อนคลาย ก็คงจะลืมตัวไปหรือทำไปตามนั้นอะไรอย่างนั้นครับ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พล.ร.ท.นิรุทธิ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มก.

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมนิสิตของคณะซึ่งได้ทำเรื่องขออนุญาต เป็นกิจกรรมเฉลยพี่รหัส พี่จะรู้ว่าน้องคนไหนเป็นน้องรหัสของตัวเอง ช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา พี่จะดูแลน้องโดยไม่ให้น้องรู้ว่าเป็นใคร แล้ววันที่เกิดเหตุนี้เป็นกิจกรรมที่มาเฉลยพี่รหัส กิจกรรมนี้ ถ้ามองดูแล้วเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพราะเป็นการเอาใจใส่ระหว่างพี่กับน้อง ทำให้เกิดความสามัคคีในคณะ ในภาคสาขาวิชา กิจกรรมนี้มีนิสิตทั้งคณะร่วมกิจกรรมประมาณ 400 คน พอมารวมกันที่สนามซอฟต์บอลก็จะมีการแยกเป็นสาขาวิชา แต่ละสาขาวิชาก็จะไปทำกิจกรรม และมีการเล่นเกม สนุกสนานกัน มีการคลุกฝุ่นอะไรบ้างเป็นปกติ เมื่อเสร็จกิจกรรมเฉลยพี่รหัสในวันนั้น ก็มีนิสิตกลุ่มหนึ่งที่พี่เห็นว่าน้องเนื้อตัวสกปรกก็เลยให้ลงไปล้างตัวในบ่อ ซึ่งเป็นบ่อเก็บน้ำฝน ไม่ใช่บ่อบำบัด ไม่ใช่บ่อสารเคมี บ่อนี้บริเวณชายขอบลึกประมาณ 1 เมตร นิสิตที่ลงไปล้างตัวในบ่อด้วยกันมี 3 คน เขาก็เล่นหยอกล้อกันธรรมดา แล้วก็มีเพื่อนที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของบ่อ ห่างไปประมาณ 20 เมตร เขาเรียกน้อง น้องก็เลยว่ายไปเฉยๆ ก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าระหว่างว่ายไปอาจเป็นตะคริวขึ้นมา พี่ที่เห็นเหตุการณ์อยู่บนฝั่งก็ลงไปช่วยเหลือได้

เมื่อมาถึงที่ รพ.อ่าวอุดม น้องบอสรู้สึกตัวดี แต่โรงพยาบาลบอกว่ามีเครื่องมือไม่พร้อมก็เลยส่งมาที่ รพ.ชลบุรี ซึ่งหมอวินิจฉัยว่ามีน้ำเข้าปอดจึงกังวลว่าจะเกิดการติดเชื้อ จึงได้ทำการเพาะเชื้อ และให้ยานอนหลับเพื่อให้การหายใจเบาลง หากเกิดการติดเชื้อ การแพร่เชื้อก็จะลดน้อยลง ดังนั้นคนที่ไปเยี่ยมจะเห็นว่าเขาไม่ค่อยรู้ตัว เพราะว่าเขาหลับนั่นเอง

เมื่อวาน (11 ก.ย.) ผมไปเยี่ยมตอนประมาณ 22.00 น. เมื่อคืนมีพี่ๆ เพื่อนๆ ไปให้กำลังใจ น้องก็รับทราบ พยักหน้ารับ อาการดีขึ้นตามลำดับ ล่าสุดหมอก็บอกว่าอาการดีขึ้นมากและมีการลดยาลงบางตัว

 

จากการสอบถามนิสิต กิจกรรมนี้ไม่มีการบังคับ บ่อน้ำนี้อยู่ใกล้สนามที่จัดกิจกรรม น้องบางคนเห็นว่าสะดวกก็ไปล้างตัว ไม่ใช่เป็นการสั่งให้ไปล้างตัวที่บ่อนี้ ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ่อนี้ประมาณ 8 คน คือมีกลุ่มของน้องบอส 3 คน และคนอื่นๆ อีก 4-5 คน

บ่อน้ำนี้ คณะของเราใช้ในการทำวิจัย เช่น การต่อเรือ เรื่องพลังงานทดแทน การวัดความแรงของคลื่น เราไม่เคยให้ทำกิจกรรมอื่นใดในบ่อนี้นอกเหนือจากการวิจัย ซึ่งต้องขออนุญาตก่อน และไม่อนุญาตให้ใครลงไปว่ายเล่น
ผมว่าเป็นเรื่องที่น้องเขาเห็นว่าใช้น้ำในบ่อนี้ล้างตัวได้เขาก็ทำ ไม่ได้เป็นเรื่องของการบังคับ

ในคณะพาณิชยนาวี มีทั้งหมด 5 สาขาวิชา ในจำนวนนี้มี 2 สาขาวิชาที่ต้องฝึกเรื่องระเบียบวินัย คือ วิชาวิทยาศาสตร์เดินเรือและวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ เพราะเด็กที่จบไปต้องไปปฏิบัติการในเรือ ซึ่งการปฏิบัติการในเรือมีความกดดันหลายอย่าง เราจึงต้องมีการอบรมตามวิชาชีพซึ่งถูกกำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศ คือ International Marine Organization ที่ต้องมีเรื่องภาวะผู้นำและการปกครองผู้บังคับบัญชาด้วย ทุกคนใน 2 สาขาวิชานี้ต้องเรียนเพื่อให้การปฏิบัติงานในเรือได้ผล มีประสิทธิภาพและอยู่ในภาวะที่มีความกดดันได้ เราจะมีการฝึกเฉพาะ 2 สาขาวิชานี้เท่านั้น โดยการฝึกของเราจะมี "นิสิตปกครอง" ที่ได้รับการฝึกอบรมจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินของกองทัพเรือ ซึ่งจะฝึกภาวะผู้นำและการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา นิสิตที่เราส่งไปฝึกจะต้องได้รับการคัดสรรจากอาจารย์มาแล้ว รวมทั้งประเมินจากตัวนิสิต การเรียนและความประพฤติ ซึ่งนิสิตกลุ่มนี้จะเป็นคนที่มาฝึกรุ่นน้องต่อไป แต่คนที่จะสั่งการรุ่นน้องได้มีเฉพาะนิสิตปกครองที่ได้รับการอบรมมาแล้วเท่านั้น

กิจกรรมที่จัดขึ้นในคณะได้ทำตามนโยบายของมหาวิทยาลัย คือ ไม่มีการว้าก ส่วนคำถามที่ว่าถ้ารุ่นพี่สั่งแล้วรุ่นน้องต้องทำตามหรือไม่ คงไม่ถึงอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นการฝึกแถวและฝึกวินัยก็ต้องทำ แต่นิสิตที่ประสบเหตุ ไม่ใช่นิสิตที่อยู่ใน 2 สาขาวิชานี้ แต่เป็นเป็นนิสิตในสาขาวิชาขนส่งทางทะเล (logistic)

การรับน้องไม่มีที่คณะ เรื่องนี้เราห้ามหมดแล้ว ทางคณะปฏิบัติตามนโยบายของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด โดยให้นิสิตปกครองเป็นคนคอยสอดส่องดูแล ถ้ามีการแอบรับน้องหรือทำอะไรที่ผิดตามที่เรากำหนดไว้ นิสิตปกครองจะรายงานทันที ยืนยันว่าไม่มีการรับน้อง

เรื่องน้องบอสป่วย ไม่มีใครทราบ เพิ่งมาทราบทีหลังว่าน้องไม่ค่อยสบาย ป่วยเป็นหวัดเท่านั้นเอง

เรื่องการประเมินสุขภาพของนิสิต ถ้าเรื่องการจัดกิจกรรมแบบนี้ไม่ใช่กิจกรรมที่ต้องใช้กำลังจนต้องมาตรวจสุขภาพ แต่เป็นกิจกรรมเฉลยรหัสเป็นกิจกรรมปกติที่ทุกคณะก็จัดกัน และขอยืนยันว่ากิจกรรมเหล่านี้ไม่มีการบังคับ คนที่ไม่ร่วมก็มี คนที่มาร่วมประมาณ 400 คน ที่ไม่ร่วมกิจกรรมก็มีเป็นร้อย

ตอนนี้คณะดูแลทั้งนิสิตและผู้ปกครอง และตอนนี้เราได้ตั้งกรรมการเพื่อสบอสวนข้อเท็จจริงแล้ว แต่ตอนนี้ต้องรอให้นิสิตทั้งน้องบอสและรุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์อาการดีขึ้นก่อน ซึ่งรุ่นพี่ก็มีอาการน่าเป็นห่วง ตอนนี้มีนักจิตวิทยาไปช่วยบำบัดด้วยแล้ว

กลับขึ้นด้านบน