โพลหนุนมีบทลงโทษ "รับน้องโหด" ให้ชัดเจน

โพลหนุนมีบทลงโทษ "รับน้องโหด" ให้ชัดเจน

โพลหนุนมีบทลงโทษ "รับน้องโหด" ให้ชัดเจน

รูปข่าว : โพลหนุนมีบทลงโทษ "รับน้องโหด" ให้ชัดเจน

ผลสำรวจเยาวชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 89.30 ต้องการให้มีบทลงโทษที่ชัดเจนกรณีความรุนแรงจากกิจกรรมรับน้องใหม่ ขณะที่บิดานิสิตปีที่ 1 คณะพานิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตศรีราชา เรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมอย่างจริงจังและห้ามจัดกิจกรรมไม่สร้างสรรค์

วันนี้ (12 ก.ย.2559) นายอัมพร ทองเนื้อขาว บิดาของนายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือ บอส นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งขณะนี้รักษาอาการปอดติดเชื้อจากการร่วมกิจกรรมเฉลยรหัสของคณะ สะท้อนมุมมองในวงเสวนาหัวข้อ "รับน้องไม่สร้างสรรค์และกิจกรรมเสี่ยงนักศึกษา ถึงเวลายาแรงหรือยัง"

นายอัมพร กล่าวว่า ไม่ปฏิเสธกิจกรรมรับน้อง แต่ต้องเลือกจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ไม่ให้เกิดผลกระทบ ซึ่งลูกชายตั้งใจเข้าเรียนที่นี่และทราบดีว่าต้องเจอกับกิจกรรมลักษณะนี้ แม้จะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่โทษรุ่นพี่ เพราะขณะนี้สภาพจิตใจของรุ่นพี่ก็ต้องได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน จึงอยากให้กรณีนี้เป็นบทเรียนและไม่ควรเกิดขึ้นอีก

ขณะนี้ลูกชายอาการดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ ลุกนั่ง ยิ้มได้และอาการปอดติดเชื้อเริ่มดีขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามอาการทางสมองว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วไม่อยากจะเอาผิดใครและยืนยันจะยังให้ลูกชายเข้าเรียนที่เดิมหากหายเป็นปกติ เพราะเป็นความตั้งใจของลูกชาย พร้อมฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ควบคุมระดับนโยบายอย่างจริงจัง ต้องมีกฎระเบียบการรับน้องให้ชัดเจนและไม่ให้เกิดกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์เด็ดขาด

ด้านนายเตชาติ์ มีชัย ฝ่ายกฎหมายมูลนิธิเยาวชนพอเพียงเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 300 และมาตรา 309 เข้าข่ายบังคับข่มขืนให้กระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ทางมหาวิทยาลัย ผู้บริหารและอาจารย์ ถือว่ามีความผิดและตกเป็นจำเลยร่วมมีโทษทางวินัยและอาญา หากข้อเท็จจริงพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้เสียหายจะต้องการเอาผิดหรือไม่

ขณะที่ผลสำรวจความเห็นนักศึกษาต่อการรับน้องใหม่จากนักศึกษากลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,215 คน เห็นว่า เป็นกิจกรรมที่ดี สร้างสรรค์ ร้อยละ 45.75, ไม่เกิดประโยชน์กับนักศึกษา ร้อยละ 18.44, กิจกรรมเกิดปัญหาบางส่วน ร้อยละ 25.44

พฤติกรรมรับน้องที่น่าห่วง คือ พูดคำหยาบ บังคับ ข่มขู่ ด่าทอ กดดัน หลอกล่อให้ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด โดยปัญหาสำคัญมาจากทัศนคติรุ่นพี่ สถานศึกษาไม่มีระบบควบคุม มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องและบทลงโทษไม่มีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 89.30 ต้องการให้มีบทลงโทษที่ชัดเจนหากเกิดเหตุรุนแรงจากกิจกรรมรับน้อง

 

 

กลับขึ้นด้านบน