กดปุ่มสตาร์ต สร้างสุวรรณภูมิ เฟส 2 คาดแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 62

กดปุ่มสตาร์ต สร้างสุวรรณภูมิ เฟส 2 คาดแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 62

กดปุ่มสตาร์ต สร้างสุวรรณภูมิ เฟส 2 คาดแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 62

รูปข่าว : กดปุ่มสตาร์ต สร้างสุวรรณภูมิ เฟส 2 คาดแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 62

นายกรัฐมนตรี เปิดงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 เพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น 60 ล้านคนต่อปี

วันนี้ (14 ก.ย.2559) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเป็นประธานเปิดงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ปีงบประมาณ 2554-2560 บริเวณด้านทิศใต้ของอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าสร้างระบบคมนาคมของประเทศให้เกิดการเชื่อมโยงในภูมิภาคเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ โดยมีการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี โดยมีแผนพัฒนาท่าอากาศยาน 3 แห่ง คือท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ให้มีเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน เพื่อให้รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และในอนาคตมีนโยบายปราบกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่สนามบินดอนเมือง เพื่อให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใส

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า งานก่อสร้างประกอบด้วย 3 สัญญาจ้าง คือ งานโครงสร้างและระบบหลัก งานจ้างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และงานจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง ซึ่งทั้งหมดทยอยแล้วเสร็จในปี 2561-2562 โดยโครงการนี้ถือเป็นต้นแบบของการนำระบบโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ หรือ CoST มาใช้ ทำให้ประหยัดงบวงในการก่อสร้างลดลงเหลือกว่า 55,000 ล้านบาท จากเดิมต้องใช้งบกว่า 62,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีอีก 4 สัญญา ในการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่อยู่ระหว่างการรอเปิดประมูลคาดว่าจะเริ่มทยอยก่อสร้างได้ตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีหน้า และจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการในเดือน พ.ย.ปี 2562 เช่น งานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ งานก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารทิศตะวันออก ซึ่งจากสัญญาจ้างทั้ง 7 ฉบับ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้จากเดิมปีละ 45 ล้านคน เป็นปีละ 60 ล้านคน ขณะที่การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในระยะต่อไป มีแผนก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 มูลค่ารวมกว่า 54,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเป็น 90 ล้านคนต่อปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า ในส่วนของ 3 สัญญาแรกได้แก่ การก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้จะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2561 ส่วนงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งหากรวมกับสัญญางานจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง จะคิดเป็นวงเงินลงทุนรวมประมาณ 53,400 ล้านบาท

ส่วนอีก 4 สัญญาที่เหลือได้แก่ งานติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ หรือ APM งานก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสาร อาคารสำนักงานสายการบินและที่จอดรถด้านทิศตะวันออก งานจัดซื้อและติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและระบบตรวจจับวัตถุระเบิด และงานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ชั้น 2-4 และส่วนต่อเชื่อมอุโมงด้านทิศใต้วงเงินลงทุนรวมประมาณ 29,800 ล้านบาท จะเร่งดำเนินการก่อสร้างก่อนเดือนสิงหาคมปีหน้า เพื่อให้ตัวโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งจะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเป็น 60 ล้านคนต่อปี

ส่วนแผนก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกว่า 54,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถหาตัวผู้รับเหมาได้ในไตรมาส 3 ปีหน้าทั้ง 2 โครงการ โดยโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 จะแล้วเสร็จในปี 2563 และโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะแล้วเสร็จในปี 2564 และจะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเป็น 90 ล้านคนต่อปี

กลับขึ้นด้านบน