“ราอี” อ่อนกำลังลง เคลื่อนเข้าเมียนมา ฝนยังกระหน่ำเหนือ น้ำท่วมหลายจังหวัด

“ราอี” อ่อนกำลังลง เคลื่อนเข้าเมียนมา ฝนยังกระหน่ำเหนือ น้ำท่วมหลายจังหวัด

“ราอี” อ่อนกำลังลง เคลื่อนเข้าเมียนมา ฝนยังกระหน่ำเหนือ น้ำท่วมหลายจังหวัด

รูปข่าว : “ราอี” อ่อนกำลังลง เคลื่อนเข้าเมียนมา ฝนยังกระหน่ำเหนือ น้ำท่วมหลายจังหวัด

วันนี้ (15 ก.ย.) เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ พายุราอี (Rai) ฉบับที่ 21ซึ่งเป็นประกาศฉบับสุดท้ายของสถานการณ์นี้ ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น“ราอี” (RAI) ได้เคลื่อนจากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง เข้าไปปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือแล้ว คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะเคลื่อนออกไปปกคลุมประเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงแล้วจะสลายตัวไปในที่สุด ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือมีฝนลดน้อยลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตาก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 ก.ย.2559 และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

ส่วนสภาพอากาศทั่วประเทศ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิทธิพลของพายุเมอร์ราตี ที่พัดผ่านทางตอนใต้ของไต้หวัน ก็ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลมแรง เสาไฟฟ้าหักโค่น ชาวบ้านเกือบ 3 แสนครั วเรือน ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ระงับเที่ยวบินกว่า 370 เที่ยว ซึ่งพายุลูกนี้นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 21 ปี นับแต่ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มภาคกลางของฟิลิปปินส์เมื่อปลายปี 2556 คาดว่าจะขึ้นฝั่งประเทศจีน ในวันนี้ (15 ก.ย.)

ขณะที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของไทย ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นราอี ที่แม้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ก็ยังส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกต่อเนื่อง และบางพื้นที่มีน้ำป่าไหลหลาก

ที่จ.เพชรบูรณ์ ทหารกองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ และ หน่วยงานต่างๆ นำเรือท้องแบน เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบล ของอ.หล่มเก่า หลังฝนตกหนักทำให้น้ำป่าไหลลงสู่ลำน้ำพุง และ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ ล่าสุด ระดับน้ำเริ่มทรงตัว แต่ยังขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ

ส่วนที่จ.พิษณุโลก ระดับน้ำในแม่น้ำวังทอง ยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เริ่มวิกฤติล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำหลายจุด ทำให้เทศบาลตำบลวังทอง ต้องจัดเตรียมเต็นท์และจุดอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 

ส่วนที่จ.พะเยา น้ำในกว๊านพะเยา เริ่มเต็มความจุ และล้นปริงเวย์ในระดับ 20 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องระบายน้ำลงพื้นที่ด้านล่าง ส่วนชาวบ้านในเขตอ.ดอกคำใต้ ยังคงป้องกันน้ำท่วมในรอบสองอย่างเต็มที่ โดยส่วนใหญ่ไม่รื้อกระสอบทรายที่กั้นน้ำออก เนื่องจากเกรงว่าจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมและอาจเกิดน้ำท่วมอีก

ที่จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน นำเครื่องจักรเข้าเปิดเส้นทาง ระหว่าง บ้านโพซอ -บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง จนประชาชนไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้

ส่วนที่จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เข้าตรวจสอบสะพานข้าม บ้านดอยยาว-บ้านห้วยป้าง ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน ที่ถูกน้ำป่ากัดเซาะจนขาด ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 150 คน ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ เบื้องต้นเตรียมติดตั้งสะพานแบริ่ง เพื่อให้ชาวบ้านใช้สัญจรชั่วคราว

ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง สำนักงานชลประทานที่ 6 ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ และมหาสารคาม และชาวบ้าน ช่วยกันนำเครื่องจักรขนาดใหญ่มากำจัดผักตบชวา บริเวณหน้าเขื่อนวังยาง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวก และรักษาคุณภาพน้ำ

ส่วนที่จ.หนองบัวลำภู บริเวณลำน้ำพอง ช่วงรอยต่อระหว่างเขตบ้านจอมทอง ต.จอมทอง ในเขตพื้นที่ของอ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู กับอ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น ระดับน้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอศรีบุญเรือง ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือน้ำท่วม

กลับขึ้นด้านบน