รัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี "ประยุทธ์" ขอบคุณทุกฝ่ายหนุนทำงาน-แก้ทุจริตดีขึ้น

รัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี "ประยุทธ์" ขอบคุณทุกฝ่ายหนุนทำงาน-แก้ทุจริตดีขึ้น

รัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี "ประยุทธ์" ขอบคุณทุกฝ่ายหนุนทำงาน-แก้ทุจริตดีขึ้น

รูปข่าว : รัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี "ประยุทธ์" ขอบคุณทุกฝ่ายหนุนทำงาน-แก้ทุจริตดีขึ้น

รัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี นายกฯขอบคุณทุกฝ่ายสนับสนุนทำงาน - พร้อมเดินหน้าเลือกตั้ง

วันนี้ (15 ก.ย.2559) การแถลงผลงาน ในโอกาสครบรอบ 2 ปีของรัฐบาล เริ่มขึ้นแล้ว ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เปิดการแถลง ก่อนจะเป็นการแถลงผลงานของรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบงานแต่ละด้าน

ในช่วงแรกของการแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การบริหารงานของรัฐบาลในช่วงปีที่ 2 เป็นการขับเคลื่อนงานต่อจากปีแรก ที่ต้องเผชิญกับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยรัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขปัญหาและบริหารงานตามหลักการบูรณาการ กำหนดมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว

และแม้รัฐบาลจะถูกตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถือว่าผลงานเป็นที่ประจักษ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากการจัดอันดับดัชนีคอร์รัปชันที่ดีขึ้น การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่เป็นรูปธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนทำให้รัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านการลงประชามติ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกฎหมายลูกเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลในอนาคต

ขณะเดียวกัน ได้เตรียมแผนงานต่างๆที่สำคัญ ซึ่งตามโรดแมประยะที่ 2 กำหนดเป็นช่วงการปฏิรูป หากไม่ดำเนินการในวันนี้ก็จะสูญเสียโอกาส ดังนั้นขอให้คนไทยปรับตัวและรู้เท่าทันสถานการณ์โลก พร้อมขอให้ประชาชนช่วยกันคิดช่วยกันทำเพื่ออนาคต 20 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง


นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการใช้อำนาจพิเศษนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหาทันต่อเวลา แต่หากสถานการณ์ดีขึ้นยินดีจะผ่อนคลายคำสั่งลง เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา มีการบิดเบือนข้อมูลที่ถือเป็นการทำลายประเทศ โดยอ้างหลักประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอความร่วมมือให้ทุกคนอยู่เคียงข้างประเทศ และให้ความเชื่อมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษา พลังงาน ไอทีซี แถลงผลงานว่า จากปัญหาด้านการศึกษาของไทยและได้เร่งปฏิรูปขับเคลื่อนในทุกมิติบูรณาการทุกกระทรวง พร้อมนำโครงการต่างๆมาประยุกต์

ทั้งโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โครงการโรงเรียนประชารัฐ การพัฒนาคุณภาพครูผู้สอน และปัญหาการขาดแคลนครู พัฒนาระบบการทดสอบคุณภาพการศึกษา และตั้งเป้าผลิตบุคคลากรให้ตรงกับความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ พัฒนาอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนการสอนให้ทันสมัย แก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนออกกลางคัน และเด็กตกหล่นอย่างเป็นระบบ พร้อมร่างแผนพัฒนาแห่งชาติ 2560-2574 มุ่งสู่การเท่าเทียมทางการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง

ส่วนด้านพลังงาน ได้แก้ไขโครงสร้างพลังงาน ช่วยประหยัดไฟฟ้า น้ำมันของประเทศ เพิ่มการลงทุนด้านพลังงานกว่า 1 ล้านล้านบาท นำเทคโนโลยีสนับสนุนแก่เกษตรกรเพื่อลดต้นทุนและรายจ่ายของเกษตรกร ส่งเสริมสนับสนุน รณรงค์การอนุรักษ์พลังงานอย่างเข้มข้น พร้อมวางรากฐานค้านพลังงานในระยะยาวของประเทศ เพื่อพลังงานความมั่นคง เศรษฐกิจมั่นคั่ง และสังคมไทยที่ยั่งยืน

ขณะที่กระทรวงไอทีซี ในยุคดิจิทัลไทยเผชิญปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำ และในการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 ครม.ได้เห็นชอบแผนแม่บทขับเคลื่อนดิจิทัล ขยายดิจิทัลไปยังชุมชนลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และนำเทคโนโลยีสร้างความเข้มแข็งให้สังคม และยังผนวกเทคโนโลยีเข้ากับระบบเศรษฐกิจ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวไกล และยังสร้างความปลอดภัยในการใช้ระบบดิจิทัล ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมายชุดเศรษฐกิจดิจิทัล 7 ฉบับ ไปพร้อมกับสร้างความร่วมมือเครือข่ายในต่างประเทศ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับประเทศให้พัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับผลงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบเนื่องจากปัญหาที่ผ่านมา 2 ปี ทั้งราคาสินค้าเกษตร การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของกลุ่มเกษตรกร การปลูกพื้นไม่เหมาะกับพื้นที่ รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วยการบริหารจัดการน้ำ ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาเกษตรอินทรีย์ และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ด้วยการแก้ไขกฎหมายและการออกพระราชกำหนดแก้ไขปัญหา และพัฒนาการจัดการนมโรงเรียนทั้งระบบ การพัฒนาเขตพื้นที่ระบบเศรษฐกิจพิเศษ

ทั้งนี้ ผลงานของสำนักงานวิจัยแห่งชาติ สามารถลดความซ้ำซ้อน ที่เน้นผลงานที่ตอบสนองปัญหาสำคัญในทุกระดับของประเทศ และปฏิรูประบบวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

 

 

กลับขึ้นด้านบน