ถาม-ตอบ: ลูกค้าเอไอเอส เหยื่อลักลอบเผยแพร่ข้อมูลโทรศัพท์ "เอไอเอสควรชี้แจง"

ถาม-ตอบ: ลูกค้าเอไอเอส เหยื่อลักลอบเผยแพร่ข้อมูลโทรศัพท์ "เอไอเอสควรชี้แจง"

ถาม-ตอบ: ลูกค้าเอไอเอส เหยื่อลักลอบเผยแพร่ข้อมูลโทรศัพท์ "เอไอเอสควรชี้แจง"

รูปข่าว : ถาม-ตอบ: ลูกค้าเอไอเอส เหยื่อลักลอบเผยแพร่ข้อมูลโทรศัพท์ "เอไอเอสควรชี้แจง"

"เอไอเอสควรชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำคนเดียวหรือเป็นขบวนการ มีคนสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่" นี่คือสิ่งมัณฑนากรวัย 41 ปี ผู้เสียหายจากกรณีที่พนักงาน บริษัท เอไอเอส ลักลอบส่งข้อมูลให้บุคคลอื่น ต้องการคำตอบ

"พล" มัณฑนากรวัย 41 ปีให้สัมภาษณ์พิเศษ "ไทยพีบีเอส" วันนี้ (15 ก.ย.2559) หลังจากที่เอไอเอสออกมายอมรับว่าพนักงานของบริษัทได้ลักลอบส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของเขาให้บุคคลภายนอกจริง จึงได้ให้พนักงานพ้นสภาพและแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานคนดังกล่าว

การออกมายอมรับของผู้บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เกิดขึ้นหลังจากที่ภรรยาของ "พล" โพสต์กระทู้ในเว็บไซต์พันทิปว่า พนักงานบริษัทเอไอเอส สำนักงานใหญ่ ถือวิสาสะขโมยข้อมูลลูกค้าไปให้บุคคลภายนอก ซึ่งข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้น กระทบกับความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตของเธอและครอบครัว

เธอให้ข้อมูลว่า เธอเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นี้แต่สามี ซึ่งประกอบอาชีพการออกแบบตกแต่งภายในเป็นผู้ใช้งาน ช่วงที่ผ่านมาสามีของเธอได้รับทำงานให้กับลูกค้ารายหนึ่งซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ต่อมาได้เกิดปัญหาขัดแย้งกับลูกค้ารายนี้ถึงขั้นเคยถูกขู่เอาชีวิต ซึ่งทั้งเธอและสามีได้แจ้งความไว้แล้ว และเพื่อความปลอดภัยจึงได้ย้ายที่อยู่เพื่อหนีจากอิทธิพลของบุคคลดังกล่าว เธอสงสัยว่าการขโมยข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของพนักงานของเอไอเอสครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ "ผู้มีอิทธิพล" คนนี้

เหตุที่ทราบว่ามีการส่งข้อมูลส่วนตัวให้บุคคลภายนอก เพราะมี "ผู้หวังดี" ส่งไฟล์ Excel บันทึกข้อมูลการใช้โทรศัพท์ที่ส่งออกไปให้เธอและสามีดู

"พล" ซึ่งสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเครียดและวิตกกังวลบอกกับผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสว่า วันหนึ่งมีบุคคลผู้ไม่เปิดเผยตัว นำแฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูลมาใส่ไว้ในตู้รับจดหมายหน้าบ้านของเขา เขาสอบถามจาก รปภ.ประจำหมู่บ้านก็ไม่ทราบว่าเป็นใครและไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม

"ในแฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูลนั้น มีรายละเอียดไฟล์ Excel ระบุข้อมูลการโทรเข้า-ออกของเบอร์โทรศัพท์ผม รวมทั้งตำแหน่ง เสาสัญญาณที่อยู่รอบๆ ตัว ทำให้รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน กำลังจะเดินทางไหน ทำให้รู้ว่าตอนนั้นใครโทรหาผม หรือผมโทรหาใคร"

 

ถาม: ในไฟล์เอกสารพอจะเห็นรายละเอียดหรือไม่ว่ามีข้อมูลย้อนหลังนานแค่ไหน
เท่าที่ดูมีข้อมูลเฉพาะเบอร์ของผมมีย้อนหลังไป 3-4 เดือน

ถาม: ในไฟล์นี้มีเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลอื่นหรือไม่
ผมประเมินคร่าวๆ ด้วยสายตา ไม่ได้นับเป๊ะๆ ยังมีเบอร์โทรคนอื่นๆ ที่ผมไม่รู้จักประมาณ 100 เลขหมาย ย้อนหลังไปถึงปี 2013

ถาม: ได้เห็นหรือไม่ว่ามีชื่อของใครในเอกสาร  
ผมตรวจสอบข้อมูลในไฟล์เอกสารที่ไดัรับพบว่ามีชื่อของพนักงานคนหนึ่ง ชื่อบริษัท ทุกไฟล์ที่มีข้อมูลย้อนหลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมาระบุชื่อเดียวกันแต่ไม่ทราบว่าเป็นพนักงานระดับไหน อย่างไร

ผมโทรศ้พท์ไปที่ "เอไอเอส เซเรเนด" เจ้าหน้าที่โทรศัพท์กลับมาในวันเดียวกัน บอกว่า ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้กระทั่งรับเรื่องไว้ตรวจสอบ หลังจากวางสายไปวันนั้นผมยังงงๆ ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรต่อไป วันรุ่งขึ้น ผมไปพบผู้จัดการสาขาที่ช็อปเอไอเอสแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้จัดการสาขาคนนั้นบอกว่าจะรับเรื่องส่งไปให้ และจะตามเรื่องให้ ผมก็ตามเรื่องอยู่ทุกวัน แต่ก็ได้รับคำตอบแค่ว่ากำลังตามเรื่องให้อยู่

ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภรรยาผมจึงตัดสินใจโพสต์กระทู้ในเว็บไซต์พันทิป หลังจากนั้นก็มีผู้บริหารติดต่อมาขอพบผมที่บ้าน แต่ผมไม่ต้องการให้ใครไปบ้าน จึงไปพบผู้บริหารที่สำนักงานใหญ่ บริษัท เอไอเอส (ซอยพหลโยธิน 8) ภายในห้องที่พบกัน มีเจ้าหน้าที่เอไอเอส 4 คน เป็นชาย 1 คนอยู่ฝ่ายกฎหมาย อีก 3 คน เป็นผู้หญิง แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ฝ่ายไหนบ้าง

ทางเอไอเอสเริ่มต้นด้วยการกล่าวแสดงความเสียใจและแจ้งว่าบริษัทได้ทำการสืบสวนและไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งบริษัทได้ไล่พนักงานออกไปแล้ว พร้อมอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบว่า บริษัทมีการวางระบบป้องกันดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ผมก็ถามกลับว่า ถ้าระบบมันดีเยี่ยมอยู่แล้ว แล้วข้อมูลหลุดมาได้อย่างไร

ผมฟังอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นว่าไม่มีอะไรคืบหน้าแล้ว จึงขอตัวกลับและจนถึงวันนี้ (15 ก.ย.) บริษัทก็ไม่ได้ติดต่อมาอีก

ถาม: มีการแจ้งความแล้วหรือไม่

ที่ผ่านมายังไม่คิดแจ้งความเพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเรา และอยากได้ความชัดเจนก่อนว่ามันเกิดอะไรและเป็นมายังไง แต่เมื่อยังไม่มีความกระจ่างก็คิดว่าจะแจ้งความ รวมถึงเข้าให้ข้อมูลกับ ทาง กสทช. ด้วย

ถาม: ต้องการให้เอไอเอสแก้ปัญหาอย่างไร

มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผมหลุดออกมาแล้วก็ไม่รู้จะแก้อย่างไรได้ แต่อยากขอให้เอไอเอสชี้แจงให้ชัดเจนว่า ทำไมพนักงานบางคนถึงได้เอาข้อมูลออกไปภายนอกบริษัทต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน เพราะดูจากเอกสารแล้วมันมีข้อมูลตั้งแต่ปี 2013 เรื่องนี้มีผลประโยชน์ตอบแทนกันอย่างไร และทำให้ผมสงสัยว่า แล้วพนักงานที่กำลังทำงานกันอยู่ในขณะนี้ มีใครทำแบบนี้อยู่อีกหรือไม่ และการที่เรื่องเงียบไปหรือไม่ได้รับการติตต่อจากเอไอเอสอีก ยิ่งทำให้สงสัยว่ามีบุคคลอื่นในบริษัทเกี่ยวข้องหรือพยายามปกปิดหรือไม่

ตอนนี้ ผมไม่เชื่อมั่นการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้าของค่ายมือถือใดเลย เพราะหากลองค้นดูกูเกิ้ล จะเห็นข้อมูลที่มีคนโพสต์ว่า รับจ้างสืบข้อมูลอยู่เต็มไปหมด อยากรู้ว่า คนเหล่านี้ได้ข้อมูลจากใคร และทำได้อย่างไร ถึงได้ข้อมูลลูกค้าเหล่านี้มาได้เพื่อตามสืบ
 
ส่วนมาตรการเข้าถึงข้อมูลลูกค้านั้น เอไอเอสควรชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำกันคนเดียว หรือเป็นขบวนการ มีคนสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ และอยากให้มีวิธีการที่ลูกค้าทั่วไปของเอไอเอสจะตรวจสอบได้ อยากรู้ว่ามีพนักงานคนไหนที่เข้ามาค้นหาข้อมูลเบอร์ของเราได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ติดตามข้อมูลตามสื่อต่างๆ เอไอเอส พยายามตอบกลับว่า ไม่มีข้อมูลหลุด แต่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้

อยากฝากถึงเอไอเอสว่า อย่าเงียบ และช่วยทำอะไรสักอย่างให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้

ถาม: เอไอเอสชี้แจงแล้วว่าจะปรับปรุงระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าให้รัดกุมมากขึ้น โดยเพิ่มคนเข้ารหัส 2 คน จากเดิมหนึ่งคน

ผมไม่มั่นใจ เพราะกลายเป็นว่า คนว่าจ้างให้ขโมยข้อมูล แทนที่จะจ้างวานจ่ายให้คนเดียว ก็กลายเป็นจ่ายให้สองคนก็ได้ และหากหนึ่งในสองคนนี้ร่วมกันทุจริตขึ้นมา ก็อาจทำให้เพื่อนร่วมงานที่ไม่รู้เรื่องซวยไปด้วย

ส่วนการห้ามพนักงานนำโทรศัพท์มือถือ ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์เข้าไปให้ห้องที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้านั้น ผมมองว่า หากจะห้ามแบบนั้น ก็ต้องห้ามเอากระดาษปากกา ดินสอเข้าไปด้วย คนขโมยต้องใช้วิธีดูหน้าจอแล้วจำเอา อาจต้องใช้คนที่มีความสามารถมากหน่อย การแก้ปัญหาแบบนี้ ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจมากนัก

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ มีการนำข้อมูลออกมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่เหตุใดจึงไม่มีการตรวจพบ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ผู้บริหารเอไอเอสชี้แจงว่า มีระบบตรวจสอบกันอยู่บ่อยๆ ถ้าตรวจสอบเข้มงวดจริง พนักงานคนนี้น่าจะถูกจับได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงาน

กลับขึ้นด้านบน