"ธีรวัฒน์" ยังคงปฏิบัติหน้าที่ กกต.

"ธีรวัฒน์" ยังคงปฏิบัติหน้าที่ กกต.

"ธีรวัฒน์" ยังคงปฏิบัติหน้าที่ กกต.

รูปข่าว : "ธีรวัฒน์" ยังคงปฏิบัติหน้าที่ กกต.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันไม่ระบุการให้ใบดำ หรือเพิกถอนสิทธิ์ตลอดชีวิต ในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กรรมการการเลือกตั้ง ที่ถูกผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ ยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

วันนี้ (16 ก.ย.2559) แม้จะมีรายงานข่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งหนังสือแจ้งประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีมติชี้มูลนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.กระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง ตามคำร้องของสภาพัฒนาการเมืองนั้น แต่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เปิดเผยว่า ประธาน กกต. ยังไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับกรรมการอย่างเป็นทางการ แต่นายสมชัย เชื่อว่า ทันทีที่ทราบ ก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายของ กกต. โดยเบื้องต้นต้องแจ้งเรื่องต่อที่ประชุม เพื่อรับทราบก่อน พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้มีรายงานว่า นายธีรวัฒน์ ยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ยังคงเก็บตัวเงียบ ไม่แสดงท่าทีใด ๆ

ขณะเดียวกันวันนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แถลงเปิดเผยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดย กกต. เห็นควรมีข้อบัญญัติกำหนดโทษการเลือกตั้งไว้ที่ ใบเหลือง หรือการเลือกตั้งใหม่ และใบส้ม คือการเพิกถอนสิทธิ์และสั่งเลือกตั้งใหม่ และใบแดง คือการเพิกถอนสิทธิ์ด้วยอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

โดยใบดำหรือการเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตนั้น กกต. ระบุว่า เป็นข้อบัญญัติว่าด้วยลักษณะต้องห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ต้องคำพิพากษาทุจริตเลือกตั้งถึงที่สุดแล้ว ในมาตรา 98 วงเล็บ 11 ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ซึ่งในรายละเอียดคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. จะพิจารณาอีกครั้งในการร่างกฎหมายต่อไปและนอกจากหลักเกณฑ์การคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ระบบใหม่ แบบจัดสรรปันส่วนผสมแล้ว กกต.ยอมรับว่าในช่วง 1 ปีแรกหลังการเลือกตั้ง จำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองอาจไม่นิ่ง เพราะต้องสอดรับกับกรณีการวินิจฉัยและประกาศเลือกตั้งด้วย ส่วนรูปแบบการหาเสียง กกต. ยืนยันในหลักการที่ต้องลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการหาเสียง จึงต้องกำหนดรูปแบบการขึ้นป้ายแนะนำและรณรงค์หาเสียง รวมถึงการแถลงนโยบายและการดีเบต

แต่สำหรับการรายงานนโยบายของพรรคต่อ กกต.นั้น จำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วย งบประมาณ,ระยะดำเนินการ,ความคุ้มค่าและความเสี่ยง เพื่อให้ กกต. เป็นฝ่ายเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ กกต.ไม่มีอำนาจในการตัดหรือเพิ่มความเกี่ยวกับนโยบายของพรรคการเมือง

กลับขึ้นด้านบน