Game of Thrones ทำสถิติคว้ารางวัลสูงสุด Emmy Awards

Game of Thrones ทำสถิติคว้ารางวัลสูงสุด Emmy Awards

Game of Thrones ทำสถิติคว้ารางวัลสูงสุด Emmy Awards

ถือเป็นคืนประวัติศาสตร์ของ Game of Thrones ละครสุดดัง ที่ทำลายสถิติคว้ารางวัลสูงสุดตลอดกาลบนเวที Emmy Awards โดยในปีนี้คนวงการบันเทิงยังร่วมกันค้านแนวคิดสุดโต่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีกด้วย

รูปข่าว : Game of Thrones ทำสถิติคว้ารางวัลสูงสุด Emmy Awards

การคว้า 3 รางวัลใหญ่บนเวที Primetime Emmy Awards ครั้งที่ 68 ส่งให้ Game of Thrones ละครโทรทัศน์ยอดฮิตของ HBO ทำสถิติคว้ารางวัลเอ็มมี่สูงสุดตลอดกาล ด้วยจำนวนชัยชนะถึง 38 ครั้ง หลังออกอากาศตลอดทั้ง 6 ฤดูกาลที่ผ่านมา นอกจากจะกลับมาคว้ารางวัลซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว โดยเฉพาะรางวัลสาขาการกำกับยอดเยี่ยมและเขียนบทยอดเยี่ยม ซึ่ง Battle of the Bastards ตอนที่ 9 ของฤดูกาลล่าสุด ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นการถ่ายทอดมหากาพย์สงครามอย่างยิ่งใหญ่สมจริง ทำลายความเชื่อที่ว่าสื่อโทรทัศน์ไม่สามารถสร้างสรรค์ฉากสงครามยิ่งใหญ่ได้เทียบเท่ากับสื่อภาพยนตร์ได้

เนื้อหาใน Battle of the Bastards นำมาจาก The Winds of Winter นิยายเล่มที่ 6 ของ Game of Thrones ซึ่งจอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน นำมาเปิดเผยให้กับผู้สร้างซีรีส์โดยเฉพาะ โดยฉากสงครามได้แรงบันดาลใจมาจาก "ยุทธการกันไน" สงครามในตำนานที่กองทัพคาร์เธจของฮันนิบาล ใช้แผนการรบอันแยบยล นำกำลังรบที่น้อยกว่าพิชิตกองทัพโรมันอันยิ่งใหญ่ได้ ทีมงาน 600 คนและนักแสดงประกอบ 500 ชีวิต ใช้เวลาถ่ายทำ 25 วัน โดยเน้นความสมจริง ด้วยการแยกฝึกทีมสตันท์ของสองกองทัพออกจากกันและถ่ายทอดความโกลาหลกลางสนามรบด้วยฉากลองเทคความยาว 1 นาที ส่งให้ Battle of the Bastards เป็นตอนที่ได้รับการยกย่องจากผู้ชมและนักวิจารณ์ และเป็นละครไม่กี่ตอนที่ทำคะแนนโหวตจาก IMDb ได้ถึง 9.9 เต็ม 10 คะแนน

 

 

ทีมงาน Game of Thrones ยกเครดิตความสำเร็จนี้ให้แก่ จอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน นักเขียนผู้อยู่เบื้องหลังจินตนาการอันยิ่งใหญ่ของซีรีส์เรื่องนี้ โดยนักเขียนวัย 67 ปี เปิดเผยว่าอนาคตของซีรีส์ Game of Thrones ยังคงมีแต่การคาดเดา เนื่องจากเขายังต้องร่วมหารือสำหรับตอนอวสานในฤดูกาลหน้า และยังมีฉบับนิยายอีก 2 เล่มที่ยังไม่มีกำหนดตีพิมพ์

ผลงานที่คว้ารางวัลมากที่สุดของ Emmy Awards ปีนี้ ได้แก่ The People v. O. J. Simpson: American Crime Story ซีรีส์ที่ย้อนรอยคดีฆาตกรรมสุดอื้อฉาวของ โอ. เจ. ซิมป์สัน อดีตนักกีฬาชื่อดังมาตีแผ่ โดยคว้าไปได้ 5 สาขา ทั้งนักแสดงนำชายและหญิง และ Limited Series ยอดเยี่ยม

ไฮไลท์ของงานนี้ยังอยู่ที่คนดังต่างพร้อมใจร่วมกันค้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดย ทั้งเคท แม็คคินนอน จาก Saturday Night Live และคอร์ทนีย์ บี แวนซ์ จาก American Crime Story ที่ประกาศสนับสนุนฮิลลารี คลินตัน ระหว่างรับรางวัล จิมมี คิมเมล พิธีกรของงานออกมากล่าวโทษผู้สร้างรายการ The Apprentice ที่เป็นสาเหตุทำให้ทรัมป์มีชื่อเสียงในวันนี้ อาซีซ อันซารี ดาวตลกเชื้อสายอินเดีย กล่าวว่าหากนำแนวคิดกีดกันคนต่างด้าวของทรัมป์มาใช้เป็นข้อกำหนดการทำงาน เขาและพ่อแม่คงถูกจับออกจากงานกันหมด

 

 

จูเลีย หลุยส์ ดรายฟัส ผู้สวมบทประธานาธิบดีหญิงใน Veep ซีรีส์ตลกยอดเยี่ยม เหน็บแนมทรัมป์เรื่องการสร้างกำแพงกีดกันชาวเม็กซิกัน โดยชี้ว่า Veep ประสบความสำเร็จเพราะทำลายกำแพงระหว่างละครตลกและเนื้อหาทางการเมือง เดวิด แมนเดล ผู้สร้าง Veep ต่อว่านโยบายหาเสียงโจมตีฮิลลารี่ คลินตัน ของทรัมป์ว่า หากเขาเขียนบทนี้ในละคร คงถูกสถานีไล่ออกไปแล้ว ส่วนจิล โซโลเวย์ ผู้สร้างละครเพื่อคนหลากหลายทางเพศอย่าง Transparent เปรียบเทียบทรัมป์กับฮิตเลอร์ ที่ก้าวสู่ความสำเร็จด้วยแนวคิดแบ่งแยกผู้คนในสังคม ซึ่งเธอคิดว่านักการเมืองวัย 70 ปีผู้นี้คือศัตรูของชาวโลกที่แท้จริง

ใน Game of Thrones ซึ่งมีฉากการสู้รบบนหลังม้าอย่างดุเดือด แต่แท้จริงแล้วมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก เพื่อการรบของกองทัพม้าดูสมจริง เนื่องจากกฎหมายการถ่ายทำหนังและละครในสหรัฐอเมริกา ห้ามไม่ให้ม้าแต่ละตัวในกองถ่ายโดนตัวกันเพื่อป้องการอุบัติเหตุนั่นเอง

กลับขึ้นด้านบน