ร้อง ป.ป.ช.สอบบริษัทลูกปลัด กห.รับงานกองทัพ ชี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

ร้อง ป.ป.ช.สอบบริษัทลูกปลัด กห.รับงานกองทัพ ชี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

ร้อง ป.ป.ช.สอบบริษัทลูกปลัด กห.รับงานกองทัพ ชี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

รูปข่าว : ร้อง ป.ป.ช.สอบบริษัทลูกปลัด กห.รับงานกองทัพ ชี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้สอบสวน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม นายปฐมพล จันทร์โอชา เจ้าของ หจก.คอนเทมโพรารี และแม่ทัพภาค 3 กรณีประมูลโครงการของรัฐ ชี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

วันนี้ (22 ก.ย.2559) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนบุคคลและบริษัทเอกชน 6 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลโครงการรับเหมาก่อสร้างจำนวน 7 โครงการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพภาคที่ 3 มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 155 ล้านบาท

โดยการประมูลนี้ หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชัน ของ นายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายคนโตของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ชนะการประมูลงานรับเหมาก่อสร้างทั้ง 7 โครงการ

ผู้ที่นายศรีสุวรรณร้องเรียนให้ ป.ป.ช.สอบสวน ได้แก่

1.พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม
2.พล.ท.สาธิต พิธรัตน์
3.พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3
4.นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
5.นายชลธร ปั่นเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9
6.หจก. คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชัน ซึ่งมีนายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายคนโตของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา และมีศักดิ์เป็นหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายศรีสุวรรณระบุว่า หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชัน มีทุนจะทะเบียนเพียง 1.5 ล้านบาท และการประมูลเกิดขึ้นในยุคที่ พล.อ.ปรีชา ดำรงตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 3 และแม่ทัพภาคที่ 3

หนังสือร้องเรียนกล่าวหาข้าราชการตามรายชื่อว่าใช้อำนาจหรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐปี 2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐปี 2502 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุปี 2553 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีก 5 ฉบับ

 

นายศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการทำกรอบการดำเนินงาน (TOR) มีการเอื้อประโยชน์ให้ หจก.เทมโพรารี หรือไม่ นอกจากนี้ พล.อ.ปรีชา ยังเป็นคนในครอบครัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบมาโดยตลอด จึงต้องติดตามว่า นายกฯ จะแก้ไขปัญหานี้หรือตอบคำถามต่อความเคลือบแคลงสงสัยที่สังคมมีได้อย่างไร

ส่วนกรณีของการสร้างฝายที่ จ.เชียงใหม่และตั้งชื่อฝายว่าตามชื่อของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ปรีชานั้น นายศรีสุวรรณกล่าวหาว่าเป็นการใช้งบประมาณส่วนราชการเพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนตัว

นายศรีสุวรรณไม่เชื่อว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณเพียง 7,800 บาทตามที่ พล.อ.ปรีชาให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ (21 ก.ย.)

"กรณีนี้ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ ซึ่งหาก ป.ป.ช.ไม่ได้ดำเนินการ ก็จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองต่อไป" นายศรีสุวรรณกล่าว

เมื่อวานนี้ (21 ก.ย.) พล.อ.ปรีชายืนยันว่าการประมูลเป็นไปอย่างถูกต้องและยอมรับว่าการที่สังคมจับจ้องเรื่องนี้เป็นเพราะว่าเจ้าของบริษัทที่ชนะการประมูลนามสกุล "จันทร์โอชา"

ส่วนกรณีการสร้างฝายนั้น พล.อ.ปรีชาระบุว่าเป็นโครงการที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานร่วมกับสมาคมภริยาข้าราชการซึ่งทำงานเกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ โดยสนับสนุนงบประมาณให้ซื้อหิน 7,800 บาท ส่วนชื่อฝายนั้น ชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ตั้งกันเอง

 

กลับขึ้นด้านบน