น้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรศรีสะเกษ กรมชลฯเตือนลุ่มเจ้าพระยา นอกคันกั้นน้ำระวังท่วม

น้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรศรีสะเกษ กรมชลฯเตือนลุ่มเจ้าพระยา นอกคันกั้นน้ำระวังท่วม

น้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรศรีสะเกษ กรมชลฯเตือนลุ่มเจ้าพระยา นอกคันกั้นน้ำระวังท่วม

รูปข่าว : น้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรศรีสะเกษ กรมชลฯเตือนลุ่มเจ้าพระยา นอกคันกั้นน้ำระวังท่วม

ปภ.ระบุขณะนี้มี 8 จังหวัด ที่เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ขณะนี้มี 35 จังหวัด ในจำนวนนี้มี 7 จังหวัด ที่ยังมีน้ำท่วมขังและยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด

วานนี้ (22 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรักยังไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ต.ห้วยจันทร์ และ ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่ต่อเนื่อง ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยตาจู น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมนาข้าวกว่า 500 ไร่ เช่นเดียวกับนาข้าวในต.เดิด อ.เมืองยโสธร ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว รับน้ำจากแม่น้ำชีที่รับน้ำต่อมาจากลำน้ำยัง และยังมีน้ำจากเทือกเขาภูพาน จ.กาฬสินธุ์ ไหลมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร

 

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์มอบถุงยังชีพพระราชทาน จ.ลำปาง

ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองเลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เป็นตัวแทนมูลนิธิฯ นำถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 1,000 ชุด มอบให้แก่ราษฎรในพื้นที่ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร และ อ.เกาะคา จังหวัดลำปาง

ส่วนที่จ.แม่ฮ่องสอน นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์ มอบถุงยังชีพพระราชทาน แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อ.ปางมะผ้า ซึ่งปีนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถึงสองครั้ง รวมพื้นที่ 4 ตำบล 33 หมู่บ้าน

 

คลองขลุง-คลองลาน จ.กำแพงเพชร ยังมีน้ำท่วมขัง

ส่วนที่จ.กำแพงเพชร นายธานี ธัญญาโภชน์ ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย ในต.วังไทร อ.คลองขลุง ขณะที่สถานการณ์น้ำ ถนนสาย ปากดง-วังไทร ยังมีน้ำท่วมสูง 50 - 60 เซนติเมตร ชาวบ้านสัญจรด้วยความยากลำบาก ส่วนน้ำป่าที่ไหลมาจากอ.คลองลาน ยังเอ่อล้นคลองวังไทร ท่วมนาข้าวสูงกว่า 1 เมตร และบ้านเรือนกว่า 500 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ

ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่หมู่ 6 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมืองนครสวรรค์ ชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือน ต้องใช้เรือเป็นพาหนะเข้าออกบ้านเป็นวันที่สอง หลังน้ำท่วมหมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต.นครสวรรค์ออก เร่งสูบน้ำที่ท่วมขัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ที่จ.พิษณุโลก น้ำในลำคลองบางแก้ว ยังคงไหลเข้าท่วมนาข้าวในบ้านวังแร่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ ชาวนาต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ แต่เก็บเกี่ยวได้เพียงร้อยละ 20 ชาวนาบอกว่า ปีนี้ประสบปัญหาภัยแล้ง จนต้องชะลอการทำนา แต่ผลผลิตกลับต้องถูกน้ำท่วมเสียหาย

ส่วนน้ำป่า จากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ยังไหลเข้าท่วมหมู่บ้านไดชุมแสง ต.บ้านบุ่ง อ.เมืองพิจิตร ชาวบ้านต้องสร้างสะพานเป็นทางเดินเข้าออกบ้าน และ ใช้เรือสัญจร เนื่องจากน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร

 

8 จังหวัด น้ำไหลหลาก-ดินสไลด์

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินไสลด์ใน 8 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ พังงา กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครราชสีมา สุโขทัย พิษณุโลก และหนองบัวลำภู

มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 35 จังหวัด 120 อำเภอ 439 ตำบล 2,609 หมู่บ้าน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 28 จังหวัด เหลือ 7 จังหวัด 23 อำเภอ 113 ตำบล 649 หมู่บ้าน ที่ยังคงประกาศเขตการให้ความช่วยเหลืออยู่

ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จ.นครสวรรค์เพิ่มมากขึ้น กรมชลประทาน เตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้รับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง แต่ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะจากการประเมินฤดูฝนที่เหลืออีกประมาณ 30 วัน ไม่น่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่

 

เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมเจ้าพระยาระวังน้ำล้นตลิ่ง

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่าน ทำให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่จ.นครสวรรค์ เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีน้ำหลากจากแม่น้ำสะแกกรัง ในพื้นที่จ.อุทัยธานี ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อีกทั้ง มีฝนตกชุกกระจายทั่วทั้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเข้าระบบชลประทานได้เต็มศักยภาพ ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มมากขึ้น

คาดว่า จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาสูงถึง 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ลงมา มีระดับน้ำสูงขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 60 - 80 เซนติเมตร ส่วนระดับน้ำบริเวณ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 30 - 50 เซนติเมตร กรมชลประทาน จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกคันกั้นน้ำให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน