คลังตรวจสอบเสียภาษีของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ-จำคุก

คลังตรวจสอบเสียภาษีของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ-จำคุก

คลังตรวจสอบเสียภาษีของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ-จำคุก

รูปข่าว : คลังตรวจสอบเสียภาษีของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ-จำคุก

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางทำธุรกิจได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนมากนัก แต่ล่าสุดปลัดกระทรวงการคลังเตรียมหาวิธีจัดเก็บภาษีจากธุรกิจบนสื่อออนไลน์ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ

คลิปแนะนำสินค้าบนโลกออกไลน์ กระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่และเป็นช่องทางโปรโมทสินค้าที่หลายบริษัทเลือกใช้ ส่วนใหญ่มักใช้วิธีการรีวิวถึงคุณสมบัติของสินค้า ผ่านคำบอกเล่าถึงประสบการณ์ใช้จริงบนเพจดัง หรือจากประสบการณ์ของเน็ตไอดอล

ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเข้มงวดเรื่องการจ่ายภาษีกับผู้ที่เปิดร้านค้าออนไลน์ หลังการขยายตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อออกเครื่องหมายการจดทะเบียนให้ผู้ประกอบการ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

ล่าสุด กระทรวงการคลังเตรียมให้เฟซบุ๊กแฟนเพจที่รับงานเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า จะต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย อัตราร้อยละ 5 คล้ายกับการเสียภาษีของดารานักแสดง

โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง สั่งการให้รองปลัดกระทรวงการคลังและกรมสรรพากร ตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อตรวจสอบการเสียภาษีของผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์และให้รายงานข้อสรุปภายในเดือนกันยายน 2559 หากพบว่าผู้ที่มีรายได้จากการใช้ช่องทางออนไลน์ไม่ยื่นแบบเสียภาษี จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากขึ้นทะเบียนแล้ว รายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่ไปเสียภาษี มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน รวมทั้งต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จนกว่าจะเสียภาษี

ส่วนกรณีไม่ได้ยื่นแบบ หรือยื่นแบบแล้ว แต่ชำระภาษีขาดไป หากถูกตรวจสอบต้องเสียเงินเพิ่มและเสียเบี้ยปรับอีก 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ หรือถ้าจงใจแจ้งหลักฐานเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท

กลับขึ้นด้านบน