เตือน ปชช.ริมน้ำใน กทม.ระวังน้ำท่วมสัปดาห์นี้

เตือน ปชช.ริมน้ำใน กทม.ระวังน้ำท่วมสัปดาห์นี้

เตือน ปชช.ริมน้ำใน กทม.ระวังน้ำท่วมสัปดาห์นี้

รูปข่าว : เตือน ปชช.ริมน้ำใน กทม.ระวังน้ำท่วมสัปดาห์นี้

กรมชลประทานเตรียมแผนการผันน้ำจากเขื่อนในลุ่มน้ำภาคกลาง หลังมีการประเมินว่าตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2559 ไปจนถึงต้นเดือนตุลาคมจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ส่วนในกรุงเทพฯ กทม.เตือนประชาชนที่มีบ้านอยู่ริมคลองเตรียมรับน้ำที่จะเพิ่มระดับสูงขึ้นจนเข้าขั้นวิกฤต

ฝนที่ตกต่อเนื่องในระยะนี้ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำและประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนปัญหาน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ฝนตกหนักบนถนนสุขุมวิทและในซอยแบริ่ง ซอยลาซาล เขตบางนานั้น กทม.ติดตั้งบ่อสูบน้ำและเสริมผิวจราจรเพื่อให้การระบายน้ำรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม.เปิดเผยหลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในถนนสุขุมวิท ช่วงคลองบางนาถึงคลองสำโรง และภายในซอยแบริ่ง ซอยลาซาล โดยจะติดตั้งบ่อสูบน้ำบริเวณท้ายซอยลาซาลเพิ่มเติม เพื่อสูบน้ำไปลงคลองบางนา พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองบางนา บริเวณใต้ถนนสุขุมวิทเพื่อเร่งการไหลของน้ำให้ไปยังสถานีสูบน้ำให้เร็วขึ้น

ขณะที่กรมทางหลวงจะเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำ บริเวณถนนศรีนครินทร์เพื่อสูบระบายลงคลองบางนา ด้านสำนักการโยธา กทม. จะเสริมผิวจราจรบริเวณที่เป็นแอ่งช่วงปากซอยแบริ่งเพื่อช่วยการระบายน้ำอีกทางหนึ่ง ซึ่งทุกหน่วยงานจะลงมือดำเนินการทันที ซึ่งหากมีฝนตกหนัก จะสามารถระบายน้ำในพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้รวดเร็วขึ้น

ส่วนกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่วันนี้ (27 ก.ย.) ถึงวันที่ 30 กันยายน จะมีฝนทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ร้อยละ 60-70 โดยเฉพาะในช่วงบ่ายและค่ำ นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวถึงมาตรการรับมือน้ำฝนว่า ยังคงมาตรการเดิม โดยเฉพาะถนนสายหลัก แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของตรอกซอย หมู่บ้านเก่าที่เป็นจุดเสี่ยงรวมกว่า 300 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในเขตดอนเมืองที่มีหมู่บ้านเก่ากว่า 30 หมู่บ้าน และในพื้นที่เกษตรฝั่งตะวันออก เช่น ลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก โดยสั่งการให้สำนักการระบายน้ำ ประสานกับสำนักงานเขตที่มีจุดเสี่ยงเพื่อเข้าไปแก้ไข ทั้งการพร่องน้ำในคู คลอง เพิ่มเครื่องสูบน้ำ เพื่อรับน้ำฝน

รวมถึงกำชับให้เขตที่ประชาชนมีบ้านเรือนอยู่ริมน้ำโดยเฉพาะในคลองประเวศบุรีรมย์ คลองมหาสวัสดิ์ คลองแสนแสบ ให้เตรียมรับน้ำที่จะเพิ่มระดับสูงขึ้นจนเข้าขั้นวิกฤต โดยระดับวิกฤตอยู่ที่ 60 เซนติเมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งหากฝนมีปริมาณมาก น้ำอาจจะล้นตลิ่งและเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้

สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในขณะนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากภาวะฝนตกหนักโดยเฉพาะพื้นที่ ภาคเหนือและภาคกลาง ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และน้ำล้นตลิ่งใน 14 จังหวัด ได้รับผลกระทบกว่า 30 อำเภอ 138 ตำบล 657 หมู่บ้าน

ส่วนมาตรการการบริหารจัดการน้ำ นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกภาคกลาง ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ถึงเดือนตุลาคม จะมีฝนชุกเหมือนกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกรมชลประทาน ได้เตรียมวางแผนระบายน้ำเพิ่มที่เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระราม 6 รวมทั้งการผันน้ำเข้าแก้มลิง ทุ่งเจ้าพระยา หากมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน