ส.โรงแรมไทยชี้ "ปาร์คนายเลิศ" หยุดกิจการสะท้อนการแข่งขันทางธุรกิจ

ส.โรงแรมไทยชี้ "ปาร์คนายเลิศ" หยุดกิจการสะท้อนการแข่งขันทางธุรกิจ

ส.โรงแรมไทยชี้ "ปาร์คนายเลิศ" หยุดกิจการสะท้อนการแข่งขันทางธุรกิจ

รูปข่าว : ส.โรงแรมไทยชี้ "ปาร์คนายเลิศ" หยุดกิจการสะท้อนการแข่งขันทางธุรกิจ

นายกสมาคมโรงแรมไทย ระบุว่ากรณีโรงแรมปาร์คนายเลิศ ประกาศขายกิจการให้กับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ มูลค่า 10,800 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจโรงแรม

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ซื้อที่ดินบริเวณโครงการปาร์คนายเลิศ เนื้อที่ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 10,800 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ, อาคารสำนักงาน Promenade และสิ่งปลูกสร้างอื่น จากนางสัณหพิศ สมบัติศิริ และนางพิไลพรรณ สมบัติศิริ เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร

น.ส.ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการบริษัทโรงแรมปาร์คนายเลิศ แจ้งพนักงานถึงความจำเป็นในการขายกิจการว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง มีโรงแรมใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารพยายามประคับประคองกิจการ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จึงจำเป็นต้องหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ต้นปี 2560 พร้อมจ่ายชดเชยให้พนักงานตามกฎหมายกำหนดและโบนัสอีก 1 เดือน

ด้านนางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า การขายกิจการโรงแรมสะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจ ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง การให้บริการ ราคาห้องพัก โดยโรงแรมที่สร้างใหม่ถือว่าได้เปรียบกว่าโรงแรมที่สร้างมานาน เนื่องจากโรงแรมเก่าจะต้องใช้เงินลงทุนเพื่อปรับปรุงตลอดเวลา แต่หากเปรียบเทียบธุรกิจโรงแรมกับธุรกิจอื่นในการขายกิจการถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยมาก

ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโรงแรมเกือบ 2,000 แห่ง ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ แบ่งเป็นโรงแรมที่ถูกกฎหมาย 400 แห่งและโรงแรมที่ผิดกฎหมายที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจกว่า 1,400 แห่ง ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจึงต้องปรับตัวรับมือการแข่งขันที่รุนแรง โดยเน้นพัฒนาการบริการและคุณภาพ เช่น การยกระดับดาวเพื่อจูงใจลูกค้ามากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน