14 ปีที่รอคอย รถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน พร้อมให้บริการต้นปี 60

14 ปีที่รอคอย รถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน พร้อมให้บริการต้นปี 60

14 ปีที่รอคอย รถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน พร้อมให้บริการต้นปี 60

รูปข่าว : 14 ปีที่รอคอย รถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน พร้อมให้บริการต้นปี 60

ใช้เวลาถึง 14 ปี สำหรับการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ที่ล่าสุดสามารถลงนามจัดซื้อได้แล้ว 489 คัน วงเงินรวมกว่า 3,389 ล้านบาท ไม่ใช่ว่าผู้ชนะการประมูลจะปราศจากการท้วงติง แต่ ขสมก. ยืนยันว่า ไม่มีประเด็นที่เป็นปัญหา

ผ่านมาถึง 7 รัฐบาล ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 หรือรวมเวลากว่า 14 ปี แต่วันนี้รถเมล์โดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือ รถเมล์เอ็นจีวี จะสามารถให้บริการประชาชนได้แล้วในช่วงต้นปี 2560 หลังจากกระทรวงคมนาคม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ผู้ชนะการประมูลลงนามร่วมกันจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน วงเงินรวมกว่า 3,389 ล้านบาท

 

 

ความแตกต่างของรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ คือเป็นรถแบบชานต่ำขนาด 12 เมตร 35 ที่นั่ง อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ ภายในตัวรถมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและติดตั้ง GPS เพื่อติดตามพฤติกรรมคนขับและติดตามรถโดยสาร บริการฟรี WIFI

 

 

นอกจากนี้ยังเตรียมติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-TICKET) รองรับการเชื่อมโยงระบบบัตรโดยสารร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ซึ่งหลังจากนี้ ผู้จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจะต้องทยอยส่งมอบรถจนครบภายใน 90 จากนั้น ขสมก.จะทยอยนำไปให้ประชาชนได้ใช้บริการในช่วงต้นปีหน้า

 

เบื้องต้น มี 24 เส้นทางที่จะให้บริการ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ เช่น ในบริเวณอู่บางเขน ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต มีนบุรี ปู่เจ้าสมิงพรายและพระประแดง โดยค่าโดยสารจะอยู่ในอัตราเดิมที่ 12-24 บาท

 

 

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีการท้วงติงจากบางฝ่ายว่า ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีนั้น แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งผู้อำนวยการ ขสมก. ยืนยันว่า จากการชี้แจงต่อ ปปช. และคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) พบว่าไม่มีประเด็น และส่วนคดีทางแพ่งนั้น ไม่เกี่ยวกับ ขสมก.

ขณะเดียวกัน การซื้อรถเมล์ใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ซึ่งมีแผนจะเร่งดำเนินงานโครงการต่างๆ เช่น โครงการจัดหารถโดยสารไฟฟ้า 200 คัน โครงการปรับปรุงสภาพรถโดยสารเก่า 672 คัน ซึ่งจะเสนอแผนที่ปรับปรุงต่อคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน