สหรัฐฯ เตือนหญิงตั้งครรภ์เลี่ยงเดินทางมาประเทศอาเซียน หวั่นติดไวรัสซิกา

สหรัฐฯ เตือนหญิงตั้งครรภ์เลี่ยงเดินทางมาประเทศอาเซียน หวั่นติดไวรัสซิกา

สหรัฐฯ เตือนหญิงตั้งครรภ์เลี่ยงเดินทางมาประเทศอาเซียน หวั่นติดไวรัสซิกา

รูปข่าว : สหรัฐฯ เตือนหญิงตั้งครรภ์เลี่ยงเดินทางมาประเทศอาเซียน หวั่นติดไวรัสซิกา

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ออกคำเตือนหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่สงสัยว่าจะตั้งครรภ์ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศอาเซียนเพื่อป้องกันติดเชื้อไวรัสซิกา คาดส่งผลกระทบด้านท่องเที่ยวหลายเทศกาลยาวถึงปีใหม่ 2560

วันนี้ (30 ก.ย.2559) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ออกแถลงการณ์ให้หญิงตั้งครรภ์เลี่ยงการเดินทางมายัง 11 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ บรูไน เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย มัลดีฟส์ ฟิลิปปินส์ ติมอร์ตะวันออก เวียดนาม และ ไทย ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นพื้นที่แพร่ระบาดของไวรัสซิกา

แพทย์ระบุว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นได้หลายช่องทางทั้งเลือด อสุจิ การตั้งครรภ์ และการให้นมบุตร และขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือรักษา กลุ่มหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดเนื่องจากแม่สามารถถ่ายทอดเชื้อไวรัสซิกาไปยังทารกได้ และเป็นผลให้ทารกอาจมีภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด

ซีดีซีระบุด้วยว่า เชื้อไวรัสซิกาเป็นไวรัสประจำถิ่นที่ระบาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาหลายปี จึงทำให้คนท้องถิ่นมีภูมิคุ้มกัน 

ด้านสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาด้านท่องเที่ยวในสหรัฐฯ ประเมินว่า คำเตือนของซีดีซีจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานต่ออีกว่า ช่วงที่ผ่านมา ซีดีซีประกาศเตือนให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศต่างๆ แล้วเกือบ 60 ประเทศ รวมทั้งสิงคโปร์ซึ่งมีรายงานการระบาดของไวรัสซิกาเมื่อปี 2558  

กระทรวงสาธารณสุขยืนยันพบทารกศีรษะเล็กจากไวรัสซิกา

กระทรวงสาธารณสุขของไทยยืนยันพบทารกศีรษะเล็กผิดปกติจากการติดเชื้อไวรัสซิกาจากแม่แล้วอย่างน้อย 2 คน ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างหาสาเหตุ พร้อมติดตามใกล้ชิดว่ามีผลต่อการพัฒนาของสมองหรือไม่

วันนี้ (30 ก.ย.2559) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการตามกฎหมายโรคติดต่อ ปี 2558 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลประชุมของคณะอนุกรรมการกรมควบคุมโรค กรณีการพบทารกศีรษะเล็กในประเทศไทย 3 คน และหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิกายังไม่คลอดอีก 1 คน ว่า คณะกรรมการฯ ได้ทบทวนข้อมูลทางระบาดวิทยาและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เห็นว่าทารกศีรษะเล็ก 2 ใน 3 คน มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสซิกาในครรภ์มารดา ซึ่งต้องติดตามดูพัฒนาการเมื่อเติบโตต่อไปว่าจะมีผลต่อการพัฒนาของสมองหรือไม่

ขณะที่ทารกอีก 1 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนทารกศรีษะเล็กที่ยังไม่คลอดอีก 1 คน อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่ามีสาเหตุจากเชื้อไวรัสซิกาหรือไม่

ทั้งนี้ การติดเชื้อไวรัสซิกาในหญิงตั้งครรภ์ ไม่ได้ก่อให้เกิดภาวะศีรษะเล็กกับทารกทุกคน โดยอาจมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียอื่นๆ หรือภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรงขณะตั้งครรภ์

"หญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้ดี โดยฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อย หากมีอาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ เช่น มีไข้ออกผื่น ตาแดงปวดข้อ ให้รีบปรึกษาแพทย์ และไปตรวจพัฒนาการของทารกในครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด และมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยตลอดการตั้งครรภ์" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ระบุ

กลับขึ้นด้านบน