สธ.ห่วงปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงไข้หวัดใหญ่-ปอดบวม ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 289 คน

สธ.ห่วงปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงไข้หวัดใหญ่-ปอดบวม ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 289 คน

สธ.ห่วงปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงไข้หวัดใหญ่-ปอดบวม ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 289 คน

รูปข่าว : สธ.ห่วงปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงไข้หวัดใหญ่-ปอดบวม ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 289 คน

กระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนเจ็บป่วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดบวม ช่วงอากาศเปลี่ยนปลายฝนต้นหนาว พบผู้ป่วย 2 โรคนี้กว่า 260,000 คน เสียชีวิตแล้ว 289 คน กำชับสาธารณสุขทุกจังหวัด เร่งให้ความรู้ประชาชนในการดูแลสุขภาพ เฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยง

วันนี้ (2 ต.ค.2559) ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเริ่มเย็นลงและบางพื้นที่ยังมีฝนตกอยู่ ทำให้ประชาชนเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วย 2 โรคที่พบบ่อย คือ โรคไข้หวัดใหญ่ ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่เดือนมกราคม-26 กันยายน 2559 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยสะสม 99,894 คน เสียชีวิต 16 คน กลุ่มอายุที่พบป่วยมากที่สุดคือ 7-9 ปี ร้อยละ 11.58 อายุ 25-34 ปี ร้อยละ 11.53 และอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 10.16 ซึ่งจำนวนผู้ป่วยเพียง 9 เดือนของปี 2559 พบมากกว่าปี 2558 ตลอดปี ที่พบผู้ป่วย 77,926 คน

โรคปอดบวม แต่ละปีพบผู้ป่วยประมาณ 200,000 คน โดยในปี 2559 ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วยสะสม 168,673 คน เสียชีวิต 273 คน กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุมากกว่า 65 ปี ร้อยละ 30.40 อายุ 55-64 ปี ร้อยละ 10.66 และเด็กเล็กอายุ 1 ปี ร้อยละ 9.36 ซึ่งโรคปอดบวมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด มักเกิดแทรกซ้อนตามหลังโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ไตวาย

จากการติดตามข้อมูลการเฝ้าระวังโรคย้อนหลังพบว่า โรคไข้หวัดใหญ่จะพบผู้ป่วยสูง 2 ช่วง คือเดือนมกราคม-มีนาคม และเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ส่วนโรคปอดบวมพบผู้ป่วยสูงช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน และเดือนมกราคม-มีนาคม นอกจากนี้ยังพบว่า จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีประกาศเตือนภัยหนาว พร้อมสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันการเจ็บป่วยและกำชับให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ หากพบผู้ป่วยและเป็นกลุ่มเสี่ยงขอให้ดูแลรักษาตามแนวทางการรักษา

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสมีหลายสายพันธุ์ เชื้อจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วย ติดต่อได้ง่ายจากการไอ หรือจาม หรือเชื้อติดมากับมือ อาการของโรคมักจะเกิดขึ้นด้วยอาการมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอ ประมาณ 2-4 วัน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ขอให้พักผ่อนให้มากๆ หยุดเรียน หยุดทำงาน สวมหน้ากากอนามัย หากไข้ไม่ลดลงภายใน 2 วัน เสี่ยงมีอาการแทรกซ้อนขอให้พบแพทย์ สำหรับกลุ่มเสี่ยงหากป่วยมีอาการไข้ไอเจ็บคอน้ำมูก ขอให้พบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวมได้ง่ายกว่าคนปกติ

ทั้งนี้ แนะนำประชาชนดูแลร่างกายให้แข็งแรง รักษาร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่คลุกคลี หรือสัมผัสกับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงไปในสถานที่คนแออัด หรือมีอากาศเย็นจัด รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางและหมั่นล้างมือบ่อยๆ หากมีข้อสงสัย ปรึกษา หรือขอคำแนะนำได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน