เปิดวิสัยทัศน์ "ศุภณัฐ" เลขาฯ ศอ.บต.คนใหม่ ลุยแก้ปัญหา "ยาเสพติด-ปากท้อง"

เปิดวิสัยทัศน์ "ศุภณัฐ" เลขาฯ ศอ.บต.คนใหม่ ลุยแก้ปัญหา "ยาเสพติด-ปากท้อง"

เปิดวิสัยทัศน์ "ศุภณัฐ" เลขาฯ ศอ.บต.คนใหม่ ลุยแก้ปัญหา "ยาเสพติด-ปากท้อง"

รูปข่าว : เปิดวิสัยทัศน์ "ศุภณัฐ" เลขาฯ ศอ.บต.คนใหม่ ลุยแก้ปัญหา "ยาเสพติด-ปากท้อง"

เลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่ พร้อมสานต่องาน เร่งแก้ปัญหายาเสพติดและปากท้องของประชาชน เชื่อ ครม.ส่วนหน้า ไม่ทำงานทับซ้อนหน่วยงานในพื้นที่ แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดีขึ้น

วันนี้ (4 ต.ค.2559) นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ตนเองจะสานต่องานจากนายภาณุ อุทัยรัตน์ อดีตเลขาฯ ศอ.บต. ซึ่งก่อนหน้านี้ทำหน้าที่รองเลขาฯ ศอ.บต. 2 ปี พบว่าแนวทางการบริหารงานภายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ผลตอบรับที่ดี ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พบว่าชาวบ้าน ร้อยละ 71 พอใจผลงานของรัฐบาล รวมทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ลดลงเกินครึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558

อย่างไรก็ตาม จากการเยี่ยมเรือนจำในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าผู้ต้องขังส่วนใหญ่กระทำผิดในคดียาเสพติด ร้อยละ 70-90 จึงต้องเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาและปลูกฝังความคิดของเยาวชนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งบำบัดผู้เสพและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ค้า นอกจากนี้ พบว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้ให้ทุนสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเหตุรุนแรงในพื้นที่มาจากความขัดแย้งของคนกลุ่มนี้มากกว่าคดีความมั่นคง

ขณะที่การบูรณาการความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น ทำสวนยางพารา เมื่อราคาตกต่ำก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ด้านความมั่นคง ด้านการศึกษา พบว่าขณะนี้เด็กมีพื้นฐานที่ไม่ดีนัก ส่วนนักเรียนไทยมุสลิมต้องเรียนหนักมาก จึงเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือและแก้ปัญหา การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและเด็กกำพร้า เพื่อให้พ่อแม่เด็กสามารถประกอบอาชีพได้ พบว่าเฉพาะใน จ.ยะลา มีจำนวน 10,000 คน

นายศุภณัฐ ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล (ครม.ส่วนหน้า) จำนวน 13 คน ซึ่งมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้า และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองหัวหน้า ว่า ครม.ส่วนหน้า จะช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เห็นผลรวดเร็วขึ้นและไม่เป็นการทำงานทับซ้อนกัน เนื่องจากหน่วยงานในพื้นที่ยังคงทำหน้าที่ตามปกติ ขณะที่ ครม.ส่วนหน้า จะดูนโยบายส่วนกลางจะส่งต่อปัญหาไปยังรัฐบาลได้ทันที ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น

 

นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ อายุ 59 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อมารับราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำแหน่งปลัดอำเภอและนายอำเภอยะหา จ.ยะลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากรใน ศอ.บต. และรองเลขาธิการ ศอ.บต. ก่อนเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. ในวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

กลับขึ้นด้านบน