นักวิชาการชี้ "ฮาวายทริป-ครอบครัวน้องชาย" ไม่ส่งผลรัฐบาล-คสช.

นักวิชาการชี้ "ฮาวายทริป-ครอบครัวน้องชาย" ไม่ส่งผลรัฐบาล-คสช.

นักวิชาการชี้ "ฮาวายทริป-ครอบครัวน้องชาย" ไม่ส่งผลรัฐบาล-คสช.

รูปข่าว : นักวิชาการชี้ "ฮาวายทริป-ครอบครัวน้องชาย" ไม่ส่งผลรัฐบาล-คสช.

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เชื่อกรณีฮาวายทริปของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และกรณีครอบครัวของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ไม่ส่งผลรัฐบาล-คสช.

วันนี้(8 ต.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่เพียงแค่คำถามถึงความถูกต้องชอบธรรมกรณีคนในครอบครัว พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ทั้งประเด็นฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา และการรับงานของกองทัพภาคที่ 3 เท่านั้น แต่ยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์กรณีค่าใช้จ่ายที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐฯ เกือบ 21 ล้านบาท จนกลายเป็นข้อสังเกตว่าบริบทแวดล้อม พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเป็นปมปัญหาถึงความเชื่อมั่นและการขับเคลื่อนของรัฐบาลและคสช.

รศ.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เชื่อว่าประชาชนเข้าใจและแยกแยะได้ระหว่างการบริหารงานในภาพรวม และความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเปิดทางให้สังคมใช้กระบวนการตรวจสอบ จึงไม่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนภารกิจใดๆ โดยเฉพาะการเดินตามโรดแมปที่วางไว้

รศ.สมชาย กล่าวว่า สถานการณ์ที่สังคมโซเชียลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถูกใช้เป็นช่องทางวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ อาจมีบางประเด็นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ดังนั้นรัฐบาล ควรชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับสังคมโดยเร็ว รวมทั้งต้องป้องปรามไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่จะทำให้ตกเป็นเป้าโจมตี

ทั้งนี้ประเด็นการตรวจสอบฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนาที่พาดพิงภรรยา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และกรณีการรับงานก่อสร้างของกองทัพภาคที่ 3 ของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการติดตามตรวจสอบของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)แล้ว ส่วนกรณีฮาวายทริปนั้นเบื้องต้นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สรุปไม่มีประเด็นข้อสงสัยการใช้จ่ายงบประมาณ แต่เพื่อคลี่คลายความสงสัยของสังคม ได้เตรียมส่งให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาอย่างรอบด้าน 10 ต.ค.นี้

กลับขึ้นด้านบน