"บริวารเป็นพิษ" กระทบคะแนนนิยม "พล.อ.ประยุทธ์"

"บริวารเป็นพิษ" กระทบคะแนนนิยม "พล.อ.ประยุทธ์"

"บริวารเป็นพิษ" กระทบคะแนนนิยม "พล.อ.ประยุทธ์"

รูปข่าว : "บริวารเป็นพิษ" กระทบคะแนนนิยม "พล.อ.ประยุทธ์"

แม้บางฝ่ายจะเรียกบริบทการเมือง ในระยะนี้ ว่า"บริวารเป็นพิษ"หมายถึงคนใกล้ตัวมีปัญหา แต่ในด้านรัฐศาสตร์ ปัญหาฮาวายทริปเกือบ 21 ล้านบาทของรองนายกฯ และเรื่องการตรวจสอบคนในครอบครัวของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เป็นบทพิสูจน์ความเอาจริงเอาจังของ พล.อ.ประยุทธ์

ความไม่เหมาะสมและไม่ชอบมาพากล กรณีคนในครอบครัวน้องชาย หรือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งประเด็นฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา และการรับงานของกองทัพภาคที่ 3 และกรณีค่าใช้จ่ายที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางไปประชุมกลาโหมอาเซียน-สหรัฐฯ เกือบ 21 ล้านบาท

กลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหัวข้อว่า "บริวารเป็นพิษ" ซึ่งหมายถึงคนใกล้ตัวกำลังมีปัญหา อาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และสื่บเนื่องถึงความเชื่อมั่นในรัฐบาล-คสช.ที่จะขับเคลื่อนตามโรดแมปที่วางไว้

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และในฐานะผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย วิเคราะห์แล้วชี้ว่า คนใกล้ชิด หรือ คนรอบตัว พล.อ.ประยุทธ์ กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะนำไปสู่ปัญหาวิกฤติศรัทธา ทั้งต่อรัฐบาล-คสช.และตัวผู้นำ และแม้คะแนนนิยมหรือความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นบวกมาโดยตลอด นับแต่เมื่อเกิดกรณีปัญหาขึ้นจำเป็นต้องเร่งคลี่คลายปัญหา

สอดคล้องกับ รศ.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจและการเมือง ที่เห็นว่ารัฐบาล ควรต้องเร่งชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับสังคมโดยเร็ว ตลอดจนการป้องปรามการกระทำของบุคคลใกล้ชิดและผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่จะตกเป็นเป้าโจมตี แม้จะเชื่อว่าประชาชนเข้าใจและแยกแยะได้ระหว่างการบริหารงานในภาพรวมและความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่การปล่อยข้อครหาทิ้งไว้ ย่อมไม่เกิดนผลดี

กรณีคนในครอบครัว พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วนั้น นอกจากเสียงสะท้อนให้ลาออกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นหน่วยงานหลักที่กำลังติดตามและตรวจสอบอยู่

ส่วนกรณีฮาวายทริปนั้น เบื้องต้นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สรุปไม่มีประเด็นต้องสงสัยในเชิงทุจริต และนอกจากเหตุผลที่จะคลี่คลายทุกความสงสัยของสังคมแล้ว เพื่อความชัดเจนในบทบาท สตง.เอง ก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คสต.) พิจารณาอีกครั้ง ในวันจันทร์นี้ ( 10 ต.ค.2559)

กลับขึ้นด้านบน