ครม.ประเมินน้ำท่วมสร้างความเสียหายในภาคเกษตรเกือบ 2,000 ล้านบาท

ครม.ประเมินน้ำท่วมสร้างความเสียหายในภาคเกษตรเกือบ 2,000 ล้านบาท

ครม.ประเมินน้ำท่วมสร้างความเสียหายในภาคเกษตรเกือบ 2,000 ล้านบาท

รูปข่าว : ครม.ประเมินน้ำท่วมสร้างความเสียหายในภาคเกษตรเกือบ 2,000 ล้านบาท

วันนี้ (11 ต.ค.2559) ครม.มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยประมาณ 30,000 คน รวมความเสียหายเกือบ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ จ.พระนครศรีอยุธยายังไม่พ้นวิกฤต เร่งสร้างกำแพงกระสอบทรายกันน้ำท่วมวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปีนี้ประมาณ 30,000 คน รวมความเสียหายเกือบ 2,000 ล้านบาท ซึ่ง ครม.มีมติเยียวยาครอบครัวละ 3,000 บาท

ขณะที่กรมชลประทานให้ข้อมูลว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เริ่มทรงตัวและลดลงแล้ว แต่กรมชลฯ ยังคงต้องการระบายน้ำออกจากเขื่อนเพื่อให้มีที่่ว่างพอรองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกหนักอีก 14-15 ต.ค.2559 แต่ยืนยันว่าการะบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ จะควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงมากที่สุดจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้นอกจากพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.บางบาล อ.เสนา และ อ.ผักไห่ จะประสบภัยน้ำท่วมแล้ว ในเขตตัวเมืองก็มีจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมเช่นกัน โดยเฉพาะวัดและโบราณสถานริมแม่น้ำ

ที่วัดกษัตราธิราชวริวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีการนำกระสอบทรายกว่า 5,000 ใบ มาวางล้อมรอบวัดเพื่อป้องกันไม่ให้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเชี่ยวแรงเอ่อล้นเข้ามายังพื้นชั้นในเขตวัด ซึ่งเจ้าอาวาสบอกว่าแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 10 แล้ว โดยในช่วง 2 วันที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำมาเพิ่มเกือบ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นแนวพนังกั้นน้ำ ทำให้พื้นที่วัดชั้นนอกมีน้ำท่วมขัง
ส่วนพื้นที่ภายในวัดขณะนี้ยังไม่ถูกน้ำท่วม

 

 

เจ้าอาวาสระบุว่า นักท่องเที่ยวสามารถมาทำบุญกราบไหว้พระที่วัดได้ตามปกติ เพราะพื้นที่สำคัญของวัดยังไม่ถูกน้ำท่วม ซึ่งหากไม่มีฝนตกมาเพิ่ม และเขื่อนเจ้าพระยาไม่ระบายน้ำมามากกว่านี้ สถานการณ์ก็น่าจะอยู่ในระดับที่รับมือได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารกว่า 40 นายยังคงเฝ้าระวังและระดมเสริมกระสอบทรายสูบน้ำออกจากวัดอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้เหลืออีกประมาณ 1เมตร น้ำก็จะล้นพนังกั้นน้ำชั้นที่ 1ของวัดแล้ว

ในเขตเมืองของ อ.พระนครศรีอยุธยามีวัดที่อยู่ริมแม่น้ำพื้นที่ลุ่มต่ำกว่า 40 วัด โรงเรียน 30โรงเรียน ซึ่งขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยังไม่ได้รับการแจ้งว่าได้รับความส่วนเสียหาย ส่วนวัดริมแม่น้ำก็มีการสร้างพนังป้องกันน้ำท่วมและเสริมแนวกระสอบทรายไว้หมดแล้ว

กลับขึ้นด้านบน