แกะรอยเงินกู้พิสดาร ไม่เสียดอกเบี้ย-ไม่ต้องค้ำประกัน

แกะรอยเงินกู้พิสดาร ไม่เสียดอกเบี้ย-ไม่ต้องค้ำประกัน

แกะรอยเงินกู้พิสดาร ไม่เสียดอกเบี้ย-ไม่ต้องค้ำประกัน

รูปข่าว : แกะรอยเงินกู้พิสดาร ไม่เสียดอกเบี้ย-ไม่ต้องค้ำประกัน

แม้ว่าหลายหน่วยงานจะเตือนให้ประชาชนพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจกู้เงินจากชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น ที่อ้างว่ามีเงินทุนกว่า 3 แสนล้านบาทพร้อมปล่อยกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ยังมีหลายคนที่สนใจจะกู้เงินดังกล่าว

นางหนูดวน จันทร์สมบัติ ชาวบ้านดงเค็งสะแบง ต.ปอภาร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก "ชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย" ซึ่งมีชื่อเดิมว่า "ศูนย์วิสาหกิจชุมชน เวียงคำฟ้ากระนวน" ตั้งอยู่ใน จ.ขอนแก่น นอกจากเธอแล้ว ยังมีเพื่อนบ้านอีกกว่า 20 ที่สมัครเป็นสมาชิกชมรมฯ เนื่องจากเชื่อว่าจะสามารถกู้เงิน 1 ล้านบาท เพื่อมาชดใช้หนี้สินในครัวเรือนได้

นางหนูดวนบอกว่า โครงการกู้เงินนี้ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และใช้เพียงเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนจำนวน 10 ชุด ในการสมัคร พร้อมกับค่าดำเนินการ 100 บาท

"เมื่อทำเอกสารเสร็จแล้ว เงินจะโอนเข้าบัญชีให้ 1 ล้านบาท จะหักดอกเบี้ยล่วงหน้า (ค่าบำรุงชมรม) 10 ปี จำนวน 1 แสนบาท เงิน 1 ล้านบาท หักไว้ 1 แสนบาท ก็จะเหลือ 9 แสนบาท" เธอให้ข้อมูลพร้อมกับยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่เธออาจถูกนำเอกสารสำคัญไปดำเนินการโดยมิชอบ แต่ก็ยอมเสี่ยง

ข้อมูลจากชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทยอ้างว่า มีนายทุนคนหนึ่งในต่างประเทศต้องการปล่อยเงินกู้ กว่า 3.6 แสนล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ต่อมานายอินทัช สารพันธ์ ชาว จ.ขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานกรรมการชมรมฯ ได้จัดทำโครงการเพื่อขอเงินก้อนนี้มาปล่อยกู้ให้กับสมาชิก โดยชมรมฯ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและหัวหน้าสายดำเนินการเปิดรับสมัครสมาชิกในจังหวัดต่างๆ สายละ 100 คน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 และปัจจุบันอ้างว่ามีสมาชิก 100,000 คนทั่วประเทศ และเตรียมทำสัญญาเงินกู้กว่า 1 แสนล้านบาท ภายในเดือนตุลาคม 2559

นายอินทัช สารพันธ์ ประธานกรรมการชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทยเคยให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้อง

"ผมมั่นใจครับ เพราะผมคุยกับแหล่งทุนชัดเจนแล้วครับ แต่เราเปิดเผยไม่ได้ ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ผมยังไม่รู้ว่าผมจะโดนข้อหาหลอกลวงตรงไหน แต่ถ้าทางราชการมาทำแบบนี้ผมก็กลัวเหมือนกันว่าจะไม่ได้เงินมา" นายอินทัชระบุ

ขณะที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคงทั้งใน จ.ขอนแก่น อุดรธานี อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ได้ประกาศแจ้งเตือนว่าการดำเนินการของชมรมนี้ อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน แต่เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย ที่แจ้งเตือนประชาชนให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจกู้เงินในลักษณะนี้ พร้อมยืนยันว่าคำกล่าวอ้างของชมรมฯ ที่ว่าเงินทุนจากต่างประเทศนับแสนล้านบาทผ่านการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ประชาชนหลงเชื่อ

กลับขึ้นด้านบน